บรรษัทภิบาล
นโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี

สารจากประธานกรรมการ             

                     นับจากที่บริษัท เอแอลที เทเลคอม จำกัด (มหาชน) (“บริษัท”) ได้ก่อตั้งในปี 2544 จวบจนถึงปัจจุบัน ซึ่งรวมระยะเวลาที่ดำเนินงานมากว่า 19 ปีนั้น บริษัทได้มีการพัฒนาองค์กรและบุคลากรในการส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการที่มีคุณภาพอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อตอบสนองต่อความต้องการลูกค้า สภาวะตลาด และเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งพัฒนาบุคลากรของบริษัทให้มีความแข็งแกร่งและมีประสบการณ์เชี่ยวชาญในธุรกิจสื่อสาร เพื่อเตรียมความพร้อมที่จะก้าวไปสู่การเป็นผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมชั้นนำของประเทศ

                     เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้แก่บริษัท ที่จะก้าวอย่างมั่นคงไปสู่เป้าหมายดังกล่าว คณะกรรมการบริษัทจึงนำ “หลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี” มาใช้ เนื่องจากการกำกับดูแลกิจการที่ดี เป็นระบบที่จัดโครงสร้าง และความสัมพันธ์ระหว่างคณะกรรมการ ฝ่ายจัดการ และผู้ถือหุ้น เพื่อให้บริษัทมีความสามารถในการแข่งขัน อันจะนำไปสู่ความเจริญเติบโต และเพิ่มมูลค่าให้กับผู้ถือหุ้นในระยะยาว โดยที่ยังคำนึงถึงผู้มีส่วนได้เสียอื่น ๆ ในสังคมอีกด้วย

                     เพื่อให้เกิดความชัดเจนแก่ทุกฝ่ายที่จะสามารถนำไปปฏิบัติ คณะกรรมการบริษัทจึงได้มีการปรับปรุงนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดีที่เป็นลายลักษณ์อักษรฉบับนี้ โดยได้นำหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีสำหรับบริษัทจดทะเบียนของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ปี 2560  มาเป็นแนวทาง เพื่อให้บริษัทมีผลประกอบการที่ดีในระยะยาว และสร้างคุณค่าให้กิจการอย่างยั่งยืนต่อไป

 

 

                                                                          (นายอนันต์  วรธิติพงศ์)

                                                                               ประธานกรรมการ


บทนำ

                         บริษัทตระหนักถึงความสำคัญของการกำกับดูแลกิจการที่ดี (Good Corporate Governance) โดยเชื่อมั่นว่า การกำกับดูแลกิจการที่ดีแสดงถึงการมีระบบบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้ ซึ่งช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ถือหุ้น นักลงทุน ผู้มีส่วนได้เสีย และผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย อันจะนำไปสู่การสร้างความสามารถในการแข่งขัน การเพิ่มมูลค่า และการเติบโตอย่างยั่งยืนของบริษัท ดังนั้น บริษัทจึงได้กำหนดนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี ตามหลักเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และถือเป็นภารกิจที่บริษัทจะต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่องในการส่งเสริมให้บริษัทมีระบบการกำกับดูแลกิจการที่ดี และกำหนดให้มีการทบทวนนโยบายดังกล่าวให้สอดคล้องกับแนวทางของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยซึ่งอาจมีการปรับเปลี่ยนในอนาคต เพื่อให้มีความเหมาะสมและสอดคล้องกับสภาพการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป โดยมีแนวปฏิบัติซึ่งครอบคลุมหลักการ 5 หมวด ดังต่อไปนี้

หมวดที่ 1 : สิทธิของผู้ถือหุ้น
          บริษัท ตระหนักและให้ความสำคัญถึงสิทธิของผู้ถือหุ้น โดยจะไม่กระทำการใดที่เป็นการละเมิดหรือริดรอนสิทธิของผู้ถือหุ้น รวมถึงส่งเสริมให้ผู้ถือหุ้นได้ใช้สิทธิของตน โดยสิทธิขั้นพื้นฐานของผู้ถือหุ้น ได้แก่ การซื้อขายหรือโอนหุ้น การมีส่วนแบ่งในกำไรของกิจการ การได้รับข่าวสารข้อมูลของกิจการอย่างเพียงพอ การเข้าร่วมประชุมเพื่อใช้สิทธิออกเสียงในที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อแต่งตั้งหรือถอดถอนกรรมการ แต่งตั้งผู้สอบบัญชี และเรื่องที่มีผลกระทบต่อบริษัทเช่น การจัดสรรเงินปันผล การกำหนดหรือการแก้ไขข้อบังคับและหนังสือบริคณห์สนธิ การลดทุนหรือเพิ่มทุน และการอนุมัติรายการพิเศษ เป็นต้น
          ด้วยตระหนักถึงความสำคัญในการปกป้องผลประโยชน์และอำนวยความสะดวกในการใช้สิทธิของผู้ถือหุ้น บริษัทจึงได้กำหนดนโยบายการปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นทุกรายอย่างเสมอภาคและเท่าเทียมกัน ดังต่อไปนี้ 
 
          1. การสนับสนุนให้ผู้ถือหุ้นใช้สิทธิ : 
          บริษัท สนับสนุนให้ผู้ถือหุ้นทุกรายให้ใช้สิทธิได้อย่างเสมอภาคเท่าเทียมกัน และสนับสนุนให้ผู้ถือ
หุ้นทุกรายเข้าร่วมการประชุมผู้ถือหุ้น ตลอดจนสนับสนุนให้ผู้ถือหุ้นเสนอความคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่อคณะกรรมการบริษัทและไม่กระทำการใดๆที่เป็นการจำกัดโอกาสการเข้าประชุมของผู้ถือหุ้น 
 
          2. การส่งข้อมูลเกี่ยวกับการประชุมผู้ถือหุ้น :
          บริษัท จะดำเนินการให้ผู้ถือหุ้นของบริษัท ได้รับทราบ วัน เวลา สถานที่ วาระการประชุม ข้อมูล
สำคัญ โดยมีคำชี้แจงและเหตุผลประกอบในแต่ละวาระหรือประกอบมติที่ขอ ตามที่ระบุไว้ในหนังสือเชิญประชุมผู้ถือหุ้นหรือในเอกสารแนบวาระการประชุม ตลอดจนถึงการชี้แจง หลักเกณฑ์และวิธีการที่ใช้ในการประชุมต่างๆ รวมถึง วิธีการออกเสียงในแต่ละวาระการประชุม ล่วงหน้าก่อนเริ่มการประชุม โดยบริษัท จะจัดส่งข้อมูลเกี่ยวกับ การประชุมผู้ถือหุ้นทั้งหมดให้แก่ผู้ถือหุ้นทุกรายล่วงหน้าเป็นเวลาไม่น้อยกว่าเจ็ด 7 วัน เพื่อให้ผู้ถือหุ้นสามารถศึกษาข้อมูล ล่วงหน้าก่อนเข้าร่วมประชุม นอกจากนี้ บริษัท จะนำข้อมูลดังกล่าวทั้งหมดประกาศลงในเว็บไซต์ของบริษัท เพื่อเพิ่มช่องทางในการรับรู้ข่าวสารข้อมูลให้แก่ผู้ถือหุ้น 
 
          3. ความชัดเจน โปร่งใสในการดำเนินการประชุมและลงมติ : 
          3.1 บริษัทจะดำเนินการให้กรรมการทุกท่านเข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้น เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นได้
ซักถามในประเด็นต่างๆ ที่เกี่ยวข้องได้
          3.2 ในการเข้าร่วมการประชุมและการออกเสียงในที่ประชุม บริษัทสนับสนุนให้ผู้ถือหุ้นมีส่วนร่วมใน
การตัดสินใจในประเด็นที่สำคัญและออกเสียงในประเด็นต่างๆ ในที่ประชุมผู้ถือหุ้น ทั้งนี้ ในการออกเสียงเพื่อลงมติทุกครั้งจะมีการใช้บัตรลงคะแนนเสียงในวาระที่สำคัญ เช่น การทำรายการเกี่ยวโยง การทำรายการได้มาหรือจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์ เป็นต้น ทั้งนี้ เพื่อความโปร่งใสและตรวจสอบได้ ในกรณีที่มีข้อโต้แย้งในภายหลัง 
          3.3 บริษัท จะจัดให้มีการลงมติเป็นแต่ละรายการ ในกรณีที่วาระนั้นมีหลายรายการ เช่น วาระการ
แต่งตั้งกรรมการ
          3.4 บริษัท จะจัดให้มีบุคคลที่เป็นอิสระเป็นผู้ตรวจนับหรือตรวจสอบคะแนนเสียงในการประชุมผู้ถือ
หุ้น และเปิดเผยให้ที่ประชุมทราบพร้อมบันทึกไว้ในรายงานการประชุม
 
          4. การให้โอกาสแก่ผู้ถือหุ้นในการซักถามและแสดงความคิดเห็น :
บริษัท จะเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นส่งคำถามล่วงหน้าก่อนวันประชุม โดยกำหนดหลักเกณฑ์การส่ง
คำถามล่วงหน้าให้ชัดเจน และแจ้งให้ผู้ถือหุ้นทราบพร้อมกับการส่งหนังสือเชิญประชุม ในการประชุมผู้ถือหุ้น บริษัทจะเปิดโอกาสให้แก่ผู้ถือหุ้นทุกคนได้ซักถาม แสดงความคิดเห็น หรือแสดงข้อเสนอแนะใดๆ ในการประชุมผู้ถือหุ้นอย่างอิสระทุกครั้ง โดยประธานกรรมการจะจัดสรรเวลาในการประชุมอย่างเหมาะสมและเพียงพอ รวมทั้งกรรมการและผู้บริหารที่เกี่ยวข้องจะเข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อตอบคำถามในที่ประชุมด้วย
 
          5. การจัดทำรายงานการประชุม :
          5.1 บริษัท จะจัดให้มีการจดรายงานการประชุมให้ครบถ้วน ถูกต้อง โดยจะบันทึกการชี้แจงขั้นตอนการ
ลงคะแนนและวิธีการแสดงผลคะแนนให้ที่ประชุมทราบก่อนดำเนินการประชุม บันทึกประเด็นซักถามและข้อคิดเห็นที่สำคัญไว้ในรายงานการประชุมเพื่อให้ผู้ถือหุ้นสามารถตรวจสอบได้ และบันทึกผลการลงคะแนนในแต่ละวาระว่ามีผู้ถือหุ้นเห็นด้วย คัดค้าน และงดออก เสียงเป็นอย่างไร รวมถึงบันทึกรายชื่อกรรมการผู้เข้าร่วมประชุมและกรรมการที่ไม่ได้เข้าประชุมด้วย
          5.2 บริษัทจะนำส่งรายงานการประชุมผู้ถือหุ้นไปยังตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ภายใน 14 วันนับแต่วันที่มีการประชุมผู้ถือหุ้น และเผยแพร่รายงานการประชุมดังกล่าวในเว็บไซต์ของบริษั
หมวดที่ 2: การปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกัน
            บริษัท ยึดมั่นในการปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกันและเป็นธรรม ทั้งผู้ถือหุ้นที่เป็นผู้บริหาร           
ผู้ถือหุ้นที่ไม่เป็นผู้บริหาร ผู้ถือหุ้นสัญชาติไทย ผู้ถือหุ้นต่างชาติ ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ และผู้ถือหุ้นส่วนน้อย เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ถือหุ้นทุกกลุ่มว่า คณะกรรมการและฝ่ายบริหารได้ดำเนินการให้ผู้ถือหุ้นทุกรายได้รับข้อมูลต่างๆ อย่างเท่าเทียมกัน โดยมีหลักการดังต่อไปนี้
 
            1. การเข้าร่วมประชุมของผู้ถือหุ้น :
            1.1 บริษัท จะแจ้งกำหนดการประชุม พร้อมระเบียบวาระ และความเห็นของ คณะกรรมการต่อผู้ถือหุ้น ในหนังสือเชิญประชุมผู้ถือหุ้นและผ่านช่องทางอื่นที่เหมาะสม ก่อนวันประชุมไม่น้อยกว่าระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด
            1.2 บริษัท จะแจ้งให้ผู้ถือหุ้นทราบกฎเกณฑ์ต่างๆ ที่ใช้ในการประชุม ขั้นตอนการออก เสียงลงมติ รวมทั้งสิทธิการออกเสียงลงคะแนนตามแต่ละประเภทของหุ้นในหนังสือเชิญประชุมผู้ถือหุ้น
            1.3 บริษัท จะอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ถือหุ้นผู้ซึ่งไม่สามารถเข้าร่วมการประชุมผู้ถือหุ้นได้ ด้วยการใช้หนังสือมอบฉันทะ และสนับสนุนให้ผู้ถือหุ้นผู้ซึ่งไม่สามารถเข้าร่วมประชุมได้ มอบฉันทะให้บุคคลใดบุคคลหนึ่ง หรือให้กรรมการอิสระของบริษัท ท่านหนึ่งเป็นผู้รับมอบฉันทะเข้าร่วมประชุมและออกเสียงลงคะแนนแทนได้ 
 
            2. การดูแลผู้ถือหุ้นส่วนน้อย : 
            2.1 กำหนดให้กรรมการอิสระเป็นผู้ดูแลผู้ถือหุ้นส่วนน้อย โดยผู้ถือหุ้นส่วนน้อยสามารถแสดงความคิดเห็น เสนอแนะ หรือแจ้งข้อร้องเรียนไปยังกรรมการอิสระได้ โดยกรรมการอิสระจะเป็นผู้พิจารณาดำเนินการให้เหมาะสมในแต่ละเรื่อง หากเป็นข้อร้องเรียน กรรมการอิสระจะตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการหาวิธีแก้ไขที่เหมาะสม หากเป็นข้อเสนอแนะ กรรมการอิสระจะทำการพิจารณาข้อเสนอแนะและแสดงความคิดเห็น ซึ่งหากกรรมการอิสระพิจารณาว่าเป็นเรื่องที่สำคัญที่มีผลต่อผู้มีส่วนได้เสียโดยรวม หรือมีผลต่อการประกอบธุรกิจของบริษัท กรรมการอิสระจะเสนอเรื่องดังกล่าวต่อที่ประชุมคณะกรรมการ เพื่อพิจารณากำหนดเป็นวาระการประชุมในการประชุมผู้ถือหุ้นต่อไป
            2.2 บริษัท จะเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นได้ใช้สิทธิในการแต่งตั้งกรรมการเป็นรายคน
            2.3 บริษัท จะดำเนินการมิให้ผู้ถือหุ้นที่เป็นผู้บริหารเพิ่มวาระการประชุมที่มิได้แจ้งเป็นการล่วงหน้าโดยไม่จำเป็น โดยเฉพาะวาระที่ผู้ถือหุ้นต้องใช้เวลาในการศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจ
            2.4 บริษัทเปิดโอกาสและสนับสนุนให้ผู้ถือหุ้นเสนอระเบียบวาระการประชุม หรือเสนอชื่อกรรมการพร้อมเอกสารระบุคุณสมบัติ เพื่อเข้ารับการเลือกตั้งเป็นการล่วงหน้า โดยผู้ถือหุ้นที่จะเสนอระเบียบวาระหรือเสนอชื่อกรรมการพึงมีคุณสมบัติ ดังนี้
            2.4.1 เป็นผู้ถือหุ้นของบริษัท โดยอาจเป็นผู้ถือหุ้นรายเดียว หรือหลายรายรวมกันก็ได้
            2.4.2 ถือหุ้นไม่น้อยกว่า 5% ของหุ้นที่ชำระแล้วทั้งหมด
            2.4.3 ถือหุ้นบริษัทอย่างต่อเนื่อง นับจากวันที่ถือหุ้นจนถึงวันที่เสนอระเบียบวาระการประชุมหรือ
          เสนอชื่อกรรมการ ไม่น้อยกว่า 12 เดือน
 
            3. การป้องกันการใช้ข้อมูลภายใน :
            3.1 กรรมการ ผู้บริหารและพนักงานของบริษัท ต้องมีความรับผิดชอบในการรักษาข้อมูลขององค์กรไว้เป็นความลับโดยเคร่งครัด (โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ข้อมูลภายในที่ไม่สมควรเปิดเผยต่อสาธารณะ) โดยกรรมการ ผู้บริหารและพนักงานของบริษัทตลอดจนคู่สมรสและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะของบุคคลดังกล่าวที่เกี่ยวข้องกับข้อมูล จะไม่นำข้อมูลดังกล่าวไปใช้เพื่อประโยชน์ของตนหรือเพื่อประโยชน์ของผู้อื่น 
            3.2 กรรมการและผู้บริหารของบริษัทจะปฏิบัติตามกฎหมายและนโยบายว่าด้วยการซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัท และการใช้ข้อมูลภายในอย่างเคร่งครัด โดยรายงานต่อคณะกรรมการบริษัทรับทราบ เกี่ยวกับการซื้อขายหุ้นของบริษัทอย่างน้อย 1 วันล่วงหน้าก่อนทำการซื้อขาย กรณีฝ่าฝืนนโยบายการใช้ข้อมูล กำหนดให้ฝ่ายบริหารต้องแจ้งต่อคณะกรรมการตรวจสอบในทันทีที่ตรวจพบ เพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไป
            3.3 กรรมการและผู้บริหารของบริษัทมีหน้าที่ต้องรายงานการถือครองหลักทรัพย์ตามกฎหมายโดยจัดส่วนรายงานให้แก่คณะกรรมการเป็นประจำ และเปิดเผยไว้ในรายงานประจำปี
 
            4. การป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์ : 
            4.1 กรรมการและผู้บริหารมีหน้าที่เปิดเผยการเปลี่ยนแปลงในการมีส่วนได้เสียในกิจการต่างๆ ตามแนวทางการรายงานการมีส่วนได้เสียของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และนำส่งรายงานต่อเลขานุการบริษัทในทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลงข้อมูล 
            4.2 กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัท ต้องเปิดเผยให้บริษัท ทราบโดยไม่ชักช้า ในกรณีที่มีส่วนได้เสียใดๆ ที่อาจก่อให้เกิดการขัดแย้งทางผลประโยชน์อย่างน้อยก่อนการพิจารณาวาระนั้น และกำหนดให้ต้องบันทึกไว้ในรายงานการประชุมคณะกรรมการ ทั้งนี้ เป็นไปตามกฎเกณฑ์หรือแนวทางของคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ตลอดจนนโยบายของบริษัท
            4.3 กำหนดให้กรรมการที่มีส่วนได้เสียในการพิจารณาวาระใดๆ อย่างมีนัยสำคัญในลักษณะที่อาจทำให้กรรมการรายดังกล่าวไม่สามารถให้ความเห็นได้อย่างอิสระ ควรงดเว้นจากการมีส่วนร่วมในการประชุมพิจารณาวาระนั้น และต้องงดเว้นการออกเสียงลงมติในการประชุมพิจารณาวาระดังกล่าว
 
            นอกจากที่กำหนดในข้อ 1-4 บริษัทจะดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมาย กฏระเบียบ ข้อบังคับข้อกำหนดใดๆ ที่มีอยู่ในปัจจุบัน ในกรณีที่มีการแก้ไข เปลี่ยนแปลง เพิ่มเติม ข้อกำหนด กฎ ระเบียบ หลักเกณฑ์ใดๆที่เกี่ยวข้องกับหลักเกณฑ์ วิธีปฎิบัติ ในประกาศ คำสั่ง หรือโดยวิธีการอื่นใของหน่วยงานที่กำกับดูแลตามกฎหมาย บริษัทจะปฎิบัติให้เป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมายที่จะมีการแก้ไขในอนาคต
หมวดที่ 3: บทบาทของผู้มีส่วนได้เสีย

 

          1. นโยบายการปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้เสีย
บริษัท ยึดถือหลักการทั่วไปในการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกันต่อผู้มีส่วนได้เสีย อันได้แก่ ผู้ถือหุ้น ลูกค้า พนักงาน คู่ค้า หุ้นส่วนธุรกิจ เจ้าหนี้ และคู่แข่ง รวมถึงสาธารณชนและสังคมโดยรวม ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและความโปร่งใส บริษัท จึงกำหนดนโยบายให้มีการปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้เสียแต่ละกลุ่มโดยคำนึงถึงสิทธิผู้มีส่วนได้เสียดังกล่าวทั้งตามกฎหมายหรือตามข้อตกลงที่มีกับบริษัท ดังต่อไปนี้ 
 
          ผู้ถือหุ้น :     บริษัทจะดำเนินธุรกิจโดยมุ่งเน้นการเจริญเติบโตของบริษัทอย่างต่อเนื่องในระยะยาวเพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดีให้แก่ผู้ถือหุ้น และดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใสโดยจัดให้มีระบบการควบคุมภายในที่มีประสิทธิภาพและไม่ดำเนินการใดๆ ที่จะก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ เพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหุ้น รวมทั้งเปิดเผยข้อมูลอย่างถูกต้อง ครบถ้วน และสม่ำเสมอ
 
          ลูกค้า :      บริษัทพยายามที่จะรักษาและเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีในระยะยาวกับลูกค้าของบริษัท โดยมุ่งมั่นที่จะทำให้ลูกค้ามีความพึงพอใจสูงสุด โดยการผลิตสินค้าและให้บริการที่มีคุณภาพดี เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้ได้มากที่สุดในราคา ที่ยุติธรรม รวมทั้งมีการให้บริการหลังการขายตามมาตรฐานขั้นสูง ตลอดจนให้ข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับการดำเนินกิจการและผลิตภัณฑ์ของบริษัทแก่ลูกค้าอีกด้วย บริษัทยังมีการรักษาช่องทางการติดต่อกับลูกค้า โดยเปิดรับฟังความเห็นของลูกค้าตลอดเวลาและรักษาความลับของลูกค้าอย่างสม่ำเสมอ
 
          พนักงาน : พนักงานของบริษัท ทุกคนถือเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าขององค์กร และมีความสำคัญต่อการเติบโต และความสามารถในการทำกำไรของบริษัท และบริษัทย่อย บริษัทจึงพยายามจัดหาสิ่งแวดล้อมในการทำงานที่มีคุณภาพให้แก่พนักงาน โดยให้ความสำคัญในเรื่องของสุขภาพและความปลอดภัยสูงสุด และบริษัทปฏิบัติต่อพนักงานทุกคนด้วยความเป็นธรรมให้ได้รับผลตอบแทนอย่างยุติธรรมและเป็นธรรมเมื่อเทียบกับธุรกิจที่ใกล้เคียงกัน นอกจากนี้ บริษัทยังให้ความสำคัญต่อการพัฒนาทักษะ ความรู้ความสามารถ และศักยภาพของพนักงานบริษัท และพยายามสร้างสภาพแวดล้อมในการทำงานที่มีความหลากหลาย และสร้างแรงจูงใจให้พนักงานที่มีความรู้ความสามารถสูงให้คงอยู่เพื่อพัฒนาองค์กรต่อไป
โดยบริษัทมีนโยบายการพัฒนาบุคลากร ด้านต่างๆ ดังนี้ 
          • การพัฒนาองค์ความรู้ (Knowledge)  และการพัฒนาทักษะ (Skill)
          กิจกรรมที่ให้ความรู้ประสบการณ์และปรับปรุงทัศนคติในงาน 
          - การฝึกอบรม Training 
          - การสอนงาน Job Instruction & Coaching 
          • การพัฒนาความสามารถ (Ability) เช่น การนำสร้างวิสัยทัศน์ใหม่และพร้อมทำการปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานใหม่ 
          • การพัฒนาทัศนคติ (Attitude) คือ การทำให้บุคลากรเปลี่ยนวิธีคิด และการทำให้บุคลากรรู้สึกว่าตนเองมีคุณค่าและมีความสำคัญต่อองค์กร การพัฒนาลักษณะนิสัย (Traits) คือ ทำให้บุคลากรมีความรักความผูกพันกับองค์กร และการพัฒนาการจูงใจ (Motivation) คือ การสร้างแรงจูงใจให้กับบุคลากรทั้งในรูปของเงินเดือน ค่าจ้างสวัสดิการ และตำแหน่งงานที่สูงขึ้น ฯลฯ โดยมีการประเมินวัดผลอย่างเป็นระบบโดยใช้ KPI’s เข้ามาเป็นตัวประเมินผลงานและเทียบกับปีที่ผ่านมา มาพิจารณาปรับขึ้นเงินเดือนและโบนัสประจำปี พร้อมทั้งพิจารณาจากผลการดำเนินงานของบริษัท เพื่อให้สอดคล้องกับการดำเนินธุรกิจปกติของบริษัทต่อไป
 
           คู่ค้า, หุ้นส่วนธุรกิจ : บริษัท ถือว่าการทำให้คู่ค้า หุ้นส่วนธุรกิจของบริษัทเข้าใจถึงกิจการของบริษัท อย่างถ่องแท้เป็นเรื่องสำคัญ ทั้งนี้ เพื่อคงไว้ซึ่งความสัมพันธ์ที่ชัดเจน ยั่งยืน และอยู่บนพื้นฐานของความไว้ใจซึ่งกันและกันระหว่างบริษัท กับคู่ค้า หุ้นส่วนธุรกิจของบริษัท โดยบริษัท จะปฏิบัติต่อคู่ค้าและหุ้นส่วนธุรกิจอย่างเป็นธรรมและปฏิบัติตามเงื่อนไขข้อกำหนดของสัญญาอย่างเคร่งครัด
เกณฑ์ในการคัดเลือกคู่ค้า บริษัทให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการคัดเลือกคู่ค้าหรือหุ้นส่วนทางธุรกิจที่เหมาะสม โดยจะต้องมั่นใจว่ากระบวนการคัดเลือกและการปฎิบัติต่อคู่ค้าหรือหุ้นส่วนทางธุรกิจเป็นไปอย่างเท่าเทียมกันและเป็นธรรม โดยบริษัทดูแลคู่ค้าเสมือนเป็นหุ้นส่วนในการทำธุรกิจระหว่างกัน สำหรับเกณฑ์ในการคัดเลือกมี ดังนี้
          1. มีประวัติทางการเงินที่น่าเชื่อถือ และมีศักยภาพที่จะเติบโตไปพร้อมกับบริษัทได้ในระยะยาว
          2. ผลิตหรือจำหน่ายสินค้าที่มีคุณภาพตรงกับความต้องการ และความสามารถตรวจสอบคุณภาพได้
          3. ให้การสนับสนุนด้านการส่งเสริมการขาย และการให้บริการหลังการขายแก่ลูกค้า
          โดยบริษัทมีนโยบายที่ปฎิบัติตามกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา โดยไม่จำหน่ายสินค้าที่ละเมิดลิขสิทธิ์ และเครื่องหมายทางการค้า
เจ้าหนี้รวมถึงเจ้าหนี้ค้ำประกัน : บริษัทฯมีนโยบายการให้ข้อมูลทางการเงินที่ครบถ้วนและถูกต้องแก่เจ้าหนี้ของบริษัทรวมถึงปฎิบัติตามสัญญาและข้อผูกพันต่างๆ ที่มีต่อเจ้าหนี้และเจ้าหนี้ค้ำประกันของบริษัทอย่างเคร่งครัด ไม่ว่าจะเป็นวัตถุประสงค์การใช้เงิน การชำระคืน และเรื่องอื่นใดที่ได้ให้ข้อตกลงไว้กับเจ้าหนี้และเจ้าหนี้ค้ำประกันของบริษัท ในกรณีที่ไม่สามารถปฎิบัติตามเงื่อนไขข้อใดข้อหนึ่งได้ บริษัทจะรีบแจ้งให้เจ้าหนี้ทราบโดยเร็วเพื่อร่วมกันพิจารณาหาแนวทางการแก้ไขโดยใช้หลักความสมเหตุสมผล โดยบริษัทฯมุ่งมั่นในการรักษาสัมพันธภาพที่ยั่งยืนกับเจ้าหนี้ และให้ความเชื่อถือซึ่งกันและกัน 
          บริษัทได้กำหนดกลยุทธ์ในการบริหารเงินทุนเพื่อความมั่นคงและแข็งแกร่ง เพื่อป้องกันไม่ให้บริษัทอยู่ในฐานะที่ยากลำบากในการชำระคืนแก่เจ้าหนี้ อีกทั้งมีการบริหารสภาพคล่องเพื่อเตรียมความพร้อมในการชำระคืนหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ของบริษัทอย่างทันท่วงที และตรงตามระยะเวลาครบกำหนด
 
          คู่แข่ง : บริษัทจะปฏิบัติต่อคู่แข่งของบริษัทตามกรอบของการแข่งขันอย่างยุติธรรมและมีจริยธรรม และประกอบธุรกิจโดยมีเป้าหมายเพื่อการพัฒนาและความก้าวหน้าของตลาด ซึ่งส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมในภาพรวม 
 
          สาธารณชน : บริษัทใส่ใจและให้ความสำคัญกับความปลอดภัยต่อสังคม สิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิตของผู้คนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการ ดำเนินงานทั้งหมดของบริษัทรวมทั้งจัดให้มีการปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบข้อบังคับต่าง ๆ นอกจากนี้ บริษัทพยายามมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆ ที่เป็นการสร้างและรักษาไว้ซึ่งสิ่งแวดล้อมและสังคม ตลอดจนส่งเสริม วัฒนธรรมของประเทศที่บริษัท ดำเนินกิจการอยู่ บริษัท มีมาตรการการจัดขยะและของเสียจากการผลิตของบริษัท ให้มีผลกระทบต่อสังคม สิ่งแวดล้อม และประชาชนอย่างน้อย ที่สุด 
 
          หน่วยงานรัฐที่กำกับดูแลการดำเนินงานของบริษัท : บริษัทจะปฏิบัติและควบคุมให้มีการปฏิบัติอย่างเคร่งครัดตามเจตนารมณ์ของกฎหมายและ กฎระเบียบที่ออกโดยหน่วยงานรัฐที่กำกับดูแลการดำเนินงานของบริษัท
 
          ทั้งนี้ บริษัทจะจัดให้มีกระบวนการและช่องทางในการรับและจัดการกับข้อร้องเรียนของผู้มีส่วนได้เสียผ่าน E-mail ของบริษัทโดยมีผู้ที่คณะกรรมการมอบหมายเป็นผู้รับผิดชอบกลั่นกรองข้อร้องเรียนส่งให้ผู้บริหารที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งรายงานให้คณะกรรมการรับทราบ 
 
          2. การเปิดเผยการปฏิบัติตามนโยบาย และการจัดทำรายงานความรับผิดชอบต่อสังคม
บริษัทฯ จะเปิดเผยกิจกรรมต่างๆ ที่แสดงให้เห็นถึงการดำเนินการตามนโยบายการปฏิบัติต่อผู้มี
ส่วนได้เสียดังกล่าวข้างต้น และรวมถึงการมีส่วนร่วมของพนักงานในการปฏิบัติตามนโยบายดังกล่าวข้างต้น ให้แก่ผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสีย ผ่านช่องทางที่เหมาะสม
หมวดที่ 4: การเปิดเผยข้อมูลและความโปร่งใส

          บริษัทให้ความสำคัญกับการเปิดเผยข้อมูลอย่างถูกต้อง ครบถ้วน โปร่งใส และได้มาตรฐานตามเกณฑ์ที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยกำหนด ทั้งข้อมูลทางการเงินและข้อมูลที่มิใช่ข้อมูลทางการเงินตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย รวมถึงข้อมูลที่สำคัญที่มีผลกระทบต่อราคาหลักทรัพย์ของบริษัทและมีผลกระทบต่อกระบวนการตัดสินใจของผู้ลงทุนและผู้มีส่วนได้เสียของบริษัทเพื่อให้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับบริษัททั้งหมดได้รับทราบข้อมูลอย่างเท่าเทียมกัน โดยภายหลังจากบริษัทได้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยแล้ว บริษัทจะทำการเผยแพร่ข้อมูลสารสนเทศของบริษัทต่อผู้ถือหุ้นและสาธารณชนผ่านช่องทางการเผยแพร่ข้อมูลของตลาดหลักทรัพย์ รวมทั้งเว็บไซต์ของบริษัท

            นโยบายในการเปิดเผยข้อมูล มีดังนี้

  1. หลักการเปิดเผยข้อมูล : บริษัทจะเปิดเผยข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับบริษัทอย่างถูกต้อง ไม่ทำให้สำคัญผิด เพียงพอต่อการตัดสินใจของนักลงทุนด้วยความโปร่งใส และไม่ชักช้า โดยบริษัทตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อรายงานงบการเงินที่มีข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน เป็นจริง และสมเหตุสมผล สำหรับงบการเงินของบริษัทนั้น จะถูกจัดขึ้นตามมาตรฐานการบัญชีที่รับรองทั่วไป โดยมีการเลือกใช้นโยบายบัญชีที่เหมาะสมและถือปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ รวมทั้งมีการเปิดเผยข้อมูลที่สำคัญอย่างเพียงพอในหมายเหตุประกอบงบการเงิน นอกจากนี้ บริษัทได้จัดให้มีระบบการควบคุมภายใน เพื่อให้มั่นใจว่าการบันทึกข้อมูลทางบัญชีมีความถูกต้อง ครบถ้วน และเพียงพอที่จะดำรงรักษาไว้ซึ่งทรัพย์สิน และเพื่อให้ทราบจุดอ่อนเพื่อป้องกันการทุจริตหรือการดำเนินงานที่ผิดปกติอย่างมีสาระสำคัญ โดยมีการแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบเพื่อตรวจสอบรายงานทางการเงิน รายการระหว่างกัน และระบบควบคุมภายใน ซึ่งคณะกรรมการตรวจสอบจะรายงานผลต่อคณะกรรมการบริษัทในการประชุมคณะกรรมการทุกครั้ง
  2. ความสัมพันธ์กับผู้ถือหุ้น/นักลงทุน : บริษัท จัดให้มีฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ของบริษัท เพื่อทำหน้าที่ติดต่อสื่อสารกับนักลงทุนหรือผู้ถือหุ้น รวมถึงนักลงทุน สถาบันและผู้ถือหุ้นรายย่อย และบริษัท จะจัดให้มีการประชุมเพื่อวิเคราะห์ผลการดำเนินงานเป็นประจำ
  3. ข้อมูลเกี่ยวกับกรรมการ : บริษัท จะเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับกรรมการแต่ละท่าน จำนวนครั้งเข้าประชุม  ตลอดจนบทบาทและหน้าที่ของคณะกรรมการบริษัท และคณะกรรมการชุดย่อยของบริษัท ในรายงานประจำปีของบริษัท
  4. การรายงานทางการเงิน : บริษัท ให้ความสำคัญต่อรายงานทางการเงิน เพื่อให้แสดงถึงสถานะทางการเงินและผลการประกอบการที่แท้จริงของบริษัท โดยอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลทางบัญชีที่ถูกต้อง ครบถ้วน และเพียงพอตามมาตรฐานการบัญชีซึ่งเป็นที่ยอมรับโดยทั่วไป ซึ่งบริษัท จะดูแลให้มีการเปิดเผยค่าสอบบัญชี และค่าบริการอื่นที่ผู้สอบบัญชีให้บริการไว้ด้วย

          ค่าตอบแทนของกรรมการและผู้บริหารระดับสูง : บริษัท จะเปิดเผยค่าตอบแทนของกรรมการและผู้บริหารระดับสูงในรายงานประจำปีของบริษัท และเปิดเผยนโยบายการจ่ายค่าตอบแทนแก่กรรมการและผู้บริหารระดับสูงที่สะท้อนถึงภาระหน้าที่และความรับผิดชอบของแต่ละคน รวมทั้งรูปแบบหรือลักษณะของค่าตอบแทนด้วย

หมวดที่ 5: ความรับผิดชอบของคณะกรรมการ
         คณะกรรมการบริษัท ต้องปฏิบัติหน้าที่ตามที่กำหนดไว้ในกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และกำกับดูแลการดำเนินงานให้เป็นไปตาม นโยบายการกำกับดูแลกิจการ คณะกรรมการบริษัท จะจัดให้มีข้อกำหนดเกี่ยวกับจริยธรรม (Code of Conduct) กฎบัตรคณะกรรมการบริษัท คณะกรรมการชุดย่อยตามความจำเป็นและเหมาะสม (เช่น คณะกรรมการตรวจสอบ และคณะกรรมการพิจารณาค่าตอบแทน เป็นต้น) พร้อมด้วยกฎบัตรในการปฏิบัติงานของคณะกรรมการชุดย่อยที่ชัดเจน คณะอนุกรรมการ ตามความจำเป็นและเหมาะสม (เช่น คณะอนุกรรมการบริหารความเสี่ยง) พร้อมด้วยกฎบัตรในการปฏิบัติงานของคณะอนุกรรมการที่ชัดเจน และ เอกสารอื่นๆ ที่กำหนดแนวทางการปฏิบัติงานและหน้าที่รับผิดชอบของคณะกรรมการ (เช่น คู่มือการปฏิบัติงานของกรรมการ เป็นต้น นอกจากนี้ คณะกรรมการบริษัท จะทำการประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการด้วย ตนเองทุกปี
 
1. โครงสร้าง และคุณสมบัติคณะกรรมการ
         1.1 โครงสร้างของคณะกรรมการจะประกอบด้วยกรรมการที่มีคุณสมบัติหลากหลาย ทั้งในด้านทักษะ ประสบการณ์ ความสามารถเฉพาะด้านที่เป็นประโยชน์กับบริษัท  และจะเปิดเผยจำนวนปีการดำรงตำแหน่งกรรมการในบริษัท ของกรรมการแต่ละคนผ่านช่องทางที่เหมาะสม
         1.2 คณะกรรมการจะมีจำนวนกรรมการที่เหมาะสมและเพียงพอที่จะปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยต้องมีจำนวนไม่น้อยกว่า 5 คน
         1.3 คณะกรรมการจะมีกรรมการอิสระที่สามารถให้ความเห็นเกี่ยวกับการทำงานของฝ่ายจัดการได้อย่างอิสระในจำนวนที่สำนักงาน ก.ล.ต. ประกาศกำหนด 
         1.4 วาระการดำรงตำแหน่งหรือการพ้นจากตำแหน่งของกรรมการ นอกจากจะเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดแล้ว ยังจะต้องเป็นไปข้อบังคับของบริษัท ที่กำหนดให้ในการประชุมผู้ถือหุ้นสามัญประจำปีทุกครั้ง กรรมการต้องพ้นจากตำแหน่งตามวาระจำนวนหนึ่งในสาม โดยให้กรรมการที่อยู่ในตำแหน่งนานที่สุดเป็นผู้ออกจากตำแหน่ง ถ้าจำนวนกรรมการที่จะแบ่งออกให้ตรงเป็นสามส่วนไม่ได้ ก็ให้ออกโดยจำนวนใกล้ที่สุดกับส่วนหนึ่งในสาม กรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระด้วยเหตุนี้ อาจได้รับเลือกตั้งใหม่อีกได้โดยที่ประชุมผู้ถือหุ้น
         1.5 คณะกรรมการจะกำหนดคุณสมบัติของบุคคลที่จะเป็น “กรรมการอิสระ” ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของสำนักงาน ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์ฯ  นอกจากนี้ จะให้กรรมการอิสระมีวาระการดำรงตำแหน่งต่อเนื่องไม่เกิน 9 ปี นับจากวันที่ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งกรรมการอิสระครั้งแรก เว้นแต่มีความจำเป็นที่จะแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งกรรมการอิสระนั้นต่อไปอีก
         1.6 ประธานกรรมการและกรรมการผู้อำนวยการจะต้องไม่ใช่บุคคลคนเดียวกัน
         1.7 คณะกรรมการจะเลือกให้กรรมการอิสระดำรงตำแหน่งประธานกรรมการ
         1.8 เพื่อให้มั่นใจว่ากรรมการจะสามารถทุ่มเทเวลาในการปฏิบัติหน้าที่ในบริษัท ได้อย่างเพียงพอ คณะกรรมการจะกำหนดจำนวนบริษัทที่กรรมการแต่ละคนจะไปดำรงตำแหน่งไม่ควรเกิน 5 บริษัทที่เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย 
         1.9 บริษัท จะมีเลขานุการบริษัททำหน้าที่ตามที่กฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และประกาศที่เกี่ยวข้องกำหนด 
 
2. คณะกรรมการชุดย่อย
         2.1 คณะกรรมการบริษัท อาจแต่งตั้งคณะกรรมการชุดย่อยคณะหนึ่งหรือหลายคณะเพื่อทำหน้าที่สนับสนุนการ ปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริษัท โดยคณะกรรมการชุดย่อยดังกล่าวจะมีหน้าที่รับผิดชอบในการพิจารณาทบทวนเรื่อง ต่างๆ ที่มีความสำคัญเป็นการเฉพาะ โดยคณะกรรมการบริษัท จะเป็นผู้ให้ความเห็นชอบในการแต่งตั้งสมาชิกคณะกรรมการ ชุดย่อย การออกกฎบัตรคณะกรรมการชุดย่อยเพื่อกำหนดระเบียบต่างๆ ที่เกี่ยวข้ององค์ประกอบของคณะกรรมการชุดย่อย หน้าที่ และความรับผิดชอบ ตลอดจนเรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับคณะกรรมการชุดย่อยดังกล่าว ตามที่คณะกรรมการ บริษัท พิจารณาเห็นสมควร โดยในแต่ละปี คณะกรรมการบริษัท จะพิจารณาทบทวนกฎบัตรของคณะกรรมการชุดย่อยแต่ละคณะ 
         2.2 ปัจจุบันคณะกรรมการชุดย่อยของบริษัท มีจำนวน 4 ชุด ได้แก่ คณะกรรมการตรวจสอบ, คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน, คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง และคณะกรรมการบริหาร
         2.3 ประธานคณะกรรมการจะไม่เป็นประธานหรือสมาชิกในคณะกรรมการชุดย่อยใดๆ และไม่เป็นคนเดียวกันกับกรรมการผู้อำนวยการหรือผู้บริหารสูงสุดของบริษัท
         2.4 คณะกรรมการบริษัทยังมีนโยบายส่งเสริมให้กรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร กรรมการอิสระ กรรมการตรวจสอบ ประชุมระหว่างกันเองได้ตามความจำเป็น เพื่ออภิปรายปัญหาต่างๆ เกี่ยวกับการจัดการที่อยู่ในความสนใจโดยไม่มีฝ่ายบริหารเข้าร่วมด้วย
 
3. บทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบของคณะกรรมการ
         3.1 คณะกรรมการบริษัทมีอำนาจ หน้าที่ และความรับผิดชอบในการจัดการบริษัทให้เป็นไปตาม
กฎหมาย วัตถุประสงค์ และข้อบังคับของบริษัท ตลอดจนมติของที่ประชุมผู้ถือหุ้นที่ชอบด้วย
กฎหมาย ทั้งนี้ ขอบเขตหน้าที่และความรับผิดชอบของคณะกรรมการกำหนดให้เป็นไปตามกฎบัตร
ของคณะกรรมการบริษัท
         3.2 คณะกรรมการจะทบทวนนโยบายการกำกับดูแลกิจการและการปฏิบัติตามนโยบายดังกล่าว
              เป็นประจำอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
         3.3 คณะกรรมการกำหนดให้บริษัท จัดทำจรรยาบรรณธุรกิจที่เป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อให้กรรมการ 
ผู้บริหาร และ พนักงาน ทุกคนเข้าใจถึงมาตรฐานด้านจริยธรรมที่บริษัทใช้ในการดำเนินธุรกิจ โดย
คณะกรรมการจะติดตามให้มีการปฏิบัติตามจรรยาบรรณดังกล่าวและการปรับปรุงที่ให้เหมาะสม
กับสภาพการณ์ทั้งภายในและภายนอกบริษัทที่มีการเปลี่ยนแปลง
         3.4 คณะกรรมการจะพิจารณาเรื่องความขัดแย้งของผลประโยชน์อย่างรอบคอบ การพิจารณาการทำ
รายการที่อาจมีความขัดแย้งของผลประโยชน์จะมีแนวทางที่ชัดเจนและเป็นไปเพื่อผลประโยชน์
ของบริษัทและผู้ถือหุ้นโดยรวมเป็นสำคัญ โดยที่ผู้มีส่วนได้เสียจะไม่มีส่วนร่วมในการตัดสินใจ 
และคณะกรรมการจะกำกับดูแลให้มีการปฏิบัติตามข้อกำหนดเกี่ยวกับขั้นตอนการดำเนินการและ
การเปิดเผยข้อมูลของรายการที่อาจมีความขัดแย้งของผลประโยชน์ให้ถูกต้องครบถ้วน
         3.5 คณะกรรมการจะจัดให้มีระบบการควบคุมด้านการดำเนินงาน ด้านรายงานทางการเงิน และด้านการ
ปฏิบัติ ตามกฎระเบียบ และนโยบาย รวมทั้งจะจัดให้มีบุคคลหรือหน่วยงานที่มีความเป็นอิสระในการปฏิบัติหน้าที่ เป็นผู้รับผิดชอบในการตรวจสอบระบบการควบคุมดังกล่าว และจะทบทวนระบบที่สำคัญ อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ตลอดจนพิจารณาทบทวนวิสัยทัศน์ ภารกิจ และกลยุทธ์ของบริษัท (Strategic direction) เป็นประจำทุกปี
         3.6 คณะกรรมการจะให้ฝ่ายจัดการรายงานให้คณะกรรมการทราบเป็นระยะ ๆ ในการดำเนินการด้าน
การบริหารความเสี่ยง ทั้งนี้จะมีการทบทวนระบบหรือประเมินประสิทธิผลของการจัดการความเสี่ยงอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
         3.7 คณะกรรมการหรือคณะกรรมการตรวจสอบจะให้ความเห็นถึงความเพียงพอของระบบการควบคุม
ภายใน และการบริหารความเสี่ยงไว้ในรายงานประจำปีหรือผ่านช่องทางที่เหมาะสม
       3.8  คณะกรรมการจะจัดให้มีการประชุมระหว่างกรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหารอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
 
4. การจัดประชุมคณะกรรมการ
         4.1 การกำหนดตารางการประชุมล่วงหน้า :
         - บริษัทกำหนดให้มีการประชุมคณะกรรมการบริษัทอย่างสม่ำเสมอ โดยกำหนดให้มีการประชุมคณะกรรมการบริษัทอย่างน้อย 3 เดือนต่อครั้ง เพื่อพิจารณางบการเงิน การวางนโยบายและติดตามผลการดำเนินงาน และคณะกรรมการบริษัทต้องพร้อมเข้าร่วมประชุมเสมอ หากมีการประชุมวาระพิเศษ 
         - คณะกรรมการบริษัทได้กำหนดตารางการประชุมล่วงหน้าในแต่ละปีและแจ้งให้กรรมการบริษัทแต่ละท่านทราบ ทั้งนี้ไม่รวมการประชุมวาระพิเศษ
         4.2 การส่งหนังสือเชิญประชุม : เลขานุการคณะกรรมการบริษัท จัดทำหนังสือเชิญประชุมคณะกรรมการ  โดยการประชุมแต่ละครั้งมีการกำหนดวัน  เวลา  สถานที่และวาระการประชุมอย่างชัดเจนและจัดส่งเอกสารประกอบการประชุมให้คณะกรรมการและผู้เข้าร่วมประชุมเป็นการล่วงหน้าด้วยระยะเวลาไม่น้อยกว่า 7 วัน  เพื่อให้มีเวลาในการพิจารณาเรื่องต่าง ๆ หรือเรียกขอข้อมูลประกอบการพิจารณาเพิ่มเติม  โดยในหนังสือเชิญประชุมควรแจ้งวาระที่ต้องได้รับการอนุมัติไว้อย่างชัดเจน พร้อมทั้งมีเอกสารประกอบการพิจารณาที่ครบถ้วนและชัดเจน
         4.3 จำนวนครั้งการประชุม  :  คณะกรรมการบริษัท  มีการประชุมอย่างน้อย 3 เดือนต่อครั้ง  แล้วแต่สถานการณ์และความจำเป็น ทั้งนี้ในกรณีที่มีกรรมการอย่างน้อย 2 คนสามารถร้องขอให้จัดประชุม บริษัทจะต้องจัดประชุมคณะกรรมการภายใน 14 วันนับแต่วันที่ได้รับการร้องขอ
         4.4 ผู้เข้าร่วมประชุม  : โดยจำนวนองค์ประชุมขั้นต่ำ ณ ขณะที่กรรมการจะลงมติในที่ประชุมคณะกรรมการว่า ต้องมีกรรมการอยู่ไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของจำนวนกรรมการทั้งหมด โดยคณะกรรมการสามารถเชิญคณะอนุกรรมการ ผู้บริหาร ผู้ตรวจสอบภายนอกและผู้ตรวจสอบภายในของบริษัท  เพื่อเข้าร่วมประชุมตามความจำเป็นและเหมาะสม
         4.5 การลงคะแนนเสียง : ใช้ระบบคะแนนเสียงส่วนใหญ่เป็นมติที่ประชุม โดยในกรณีที่เสียงข้างมากแล้วยังไม่สามารถชี้ขาดได้ ให้ประธานกรรมการสามารถออกเสียงเพิ่มอีก 1 เสียง เพื่อเป็นคะแนนตัดสินได้ ทั้งนี้ ในกรณีที่เป็นการพิจารณาในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับกรรมการคนใดคนหนึ่ง กรรมการผู้มีส่วนได้เสียในเรื่องดังกล่าวต้องงดออกเสียงในเรื่องนั้น ๆ
         4.6 รายงานการประชุม  :  เลขานุการคณะกรรมการบริษัทเป็นผู้จดบันทึกรายงานการประชุม เนื่องจากกรรมการที่ได้เข้าร่วมประชุมต้องมีความรับผิดชอบตามที่ได้ตัดสินใจไว้ และหากกรรมการท่านใดมีความคิดเห็นที่แตกต่างจากกรรมการท่านอื่นหรืองดออกเสียงก็ต้องบันทึกความเห็นดังกล่าวไว้ด้วย เพื่อแสดงถึงขอบเขตความรับผิดชอบในเรื่องดังกล่าว ทั้งนี้บริษัทต้องจัดทำรายงานการประชุมคณะกรรมการให้แล้วเสร็จภายใน 14 วันนับแต่วันประชุมและจัดเก็บไว้ที่สำนักงานใหญ่ ในกรณีที่กรรมการมีการร้องขอบริษัทต้องสามารถจัดส่งรายงานการประชุมให้ได้อย่างรวดเร็ว
 
5. การประเมินตนเองของคณะกรรมการ
         5.1 คณะกรรมการ และคณะกรรมการชุดย่อย จะประเมินผลการปฏิบัติงานเป็นรายคณะและรายบุคคลด้วยตนเองอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง เพื่อให้คณะกรรมการร่วมกันพิจารณาผลงานและปัญหา เพื่อการปรับปรุงแก้ไขต่อไป
 
6. ค่าตอบแทนกรรมการ
         6.1 ค่าตอบแทนของกรรมการจะจัดให้อยู่ในลักษณะที่เปรียบเทียบได้กับระดับที่ปฏิบัติอยู่ในอุตสาหกรรม ประสบการณ์ ภาระหน้าที่ ขอบเขตของบทบาทและความรับผิดชอบ (Accountability and Responsibility) รวมถึงประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากกรรมการแต่ละคน
         6.2 ค่าตอบแทนของกรรมการผู้อำนวยการ และผู้บริหารระดับสูงจะเป็นไปตามหลักการและนโยบายที่ คณะกรรมการกำหนดภายในกรอบที่ได้รับอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น และเพื่อประโยชน์สูงสุดของบริษัท
         6.3 กรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหารทั้งหมดจะเป็นผู้ประเมินผลกรรมการผู้อำนวยการเป็นประจำทุกปี เพื่อ
นำไปใช้ในการพิจารณากำหนดค่าตอบแทนของกรรมการผู้อำนวยการ โดยใช้บรรทัดฐานที่ได้ ตกลงกันล่วงหน้ากับกรรมการผู้อำนวยการตามเกณฑ์ที่เป็นรูปธรรม
 
7. การพัฒนากรรมการและผู้บริหาร
         7.1 คณะกรรมการจะส่งเสริมให้มีการฝึกอบรมและการให้ความรู้แก่ผู้เกี่ยวข้องในระบบการกำกับดูแล
กิจการของบริษัท เพื่อให้มีการปรับปรุงการปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง โดยการฝึกอบรมและให้ความรู้อาจกระทำเป็นการภายในบริษัทหรือใช้บริการของสถาบันภายนอก
         7.2 ทุกครั้งที่มีการแต่งตั้งกรรมการใหม่ ฝ่ายจัดการจะจัดให้มีเอกสารและข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการ
ปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการใหม่ รวมถึงการจัดแนะนำลักษณะธุรกิจ และแนวทางการดำเนินธุรกิจ
ของบริษัทให้แก่กรรมการใหม่
         7.3 คณะกรรมการจะกำหนดให้กรรมการผู้อำนวยการรายงานเพื่อทราบอย่างน้อยปีละครั้งถึงแผนการ
พัฒนาและสืบทอดงานในตำแหน่งกรรมการผู้อำนวยการ และผู้บริหารระดับสูง เพื่อรองรับกับการขยายงานของบริษัทหรือเหตุการณ์ที่ผู้ดำรงตำแหน่งนั้นไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้
 
8. หน้าที่ และความรับผิดชอบของฝ่ายบริหารจัดการ
บริษัทได้แบ่งแยกหน้าที่ความรับผิดชอบของคณะกรรมการและฝ่ายบริหารออกจากกันอย่างชัดเจนดังนี้
         1. การกำกับดูแลการดำเนินงานของบริษัทโดยรวมเพื่อเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการดำเนินธุรกิจของบริษัทและตามที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการบริษัท
         2. ดำเนินการตามกลยุทธ์ และแผนการทางธุรกิจ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายตาม กลยุทธ์และแผนการทางธุรกิจที่ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัท
         3. ดำเนินการและปฏิบัติภารกิจที่คณะกรรมการมอบหมาย และตามนโยบายของคณะกรรมการบริษัท
         4. ออกระเบียบ ประกาศ บันทึก เพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นไปตามนโยบาย
         5. ประสานงานภายในองค์กร ผู้บริหาร และพนักงาน เพื่อปฏิบัติตามนโยบายและทิศทางทางธุรกิจที่ได้รับจากคณะกรรมการบริษัท
         6. ดำเนินการหาโอกาสทางธุรกิจและการลงทุนใหม่ๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหลักของบริษัท และบริษัทย่อย เพื่อเพิ่มรายได้ให้แก่บริษัท
         7. พิจารณาอนุมัติการจ่ายค่าใช้จ่ายการดำเนินงานปกติในวงเงินตามที่คณะกรรมการบริษัทอนุมัติมอบหมายไว้
         8. ดูแลการทำงานของพนักงานให้เป็นไปตามนโยบาย กฎระเบียบต่างๆ รวมถึงการปฏิบัติงานด้วยหลักธรรมาภิบาล ในการทำธุรกิจ
         9. ส่งเสริมพัฒนาความรู้ความสามารถ และศักยภาพของพนักงานเพื่อเพิ่มศักยภาพขององค์กร
         10. จัดทำงบประมาณประจำปีในการดำเนินงานขององค์กร โดยเป็นไปตามนโยบายบริษัทที่กำหนดไว้
         11. ฝ่ายบริหารจัดการดำเนินการอนุมัติการแต่งตั้ง โยกย้าย และเลิกจ้างพนักงานให้เป็นไปตามสมควรและเหมาะสม
         12. ดำเนินกิจการงานอื่นๆ ตามที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการบริษัทและผู้บริหารระดับสูง เป็นกรณีๆ ไป ทั้งนี้ไม่มีอำนาจในการอนุมัติเรื่องหรือรายการที่เกี่ยวโยงกันที่ไม่ใช่เป็นเงื่อนไขปกติทางการค้า รายการได้มาจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์สำคัญของบริษัทฯ และ/หรือ รายการบุคคลที่อาจมีความขัดแย้งมีส่วนได้เสีย หรือมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ในลักษณะอื่นใดที่จะทำขึ้นกับบริษัทและบริษัทย่อย ยกเว้นเป็นรายการที่เป็นเงื่อนไขปกติทางการค้าที่ได้มีการกำหนดนโยบายและหลักเกณฑ์ โดยได้อนุมัติรายการที่เป็นไปตามนโยบายและหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการบริษัทได้พิจารณาอนุมัติไว้และได้ขอความเห็นชอบจากผู้ถือหุ้น ในการทำรายการเกี่ยวโยงกันและการได้มาหรือจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์ที่สำคัญของบริษัทฯ หรือบริษัทย่อยแล้วเพื่อให้สอดคล้องกับข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในเรื่องดังกล่าว
หมวดที่ 6: ความรับผิดชอบต่อสังคม

          บริษัท มีนโยบายความรับผิดชอบต่อสังคม (Corporate Social Responsibility) และดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงผู้มีส่วนได้เสีย เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างมีคุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณ ตลอดจนมีหลักธรรมาภิบาลเป็นเครื่อง กำกับให้กลุ่มบริษัทดำเนินกิจการด้วยความซื่อสัตย์สุจริต โปร่งใสยุติธรรม และตระหนักถึงผลกระทบในทางลบต่อเศรษฐกิจ สังคม ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ถือหุ้น นักลงทุน พนักงาน ลูกค้า ผู้มีส่วนได้เสีย และผู้ที่ เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ทั้งนี้บริษัท มีความมุ่งมั่นที่จะดำรงตนให้เป็นบริษัทที่เป็นแบบอย่างที่ดีของสังคมในการดำเนินธุรกิจ เพื่อให้สอดคล้องกับผลประโยชน์ของสังคม และบรรลุวัตถุประสงค์ในการพัฒนาอย่างยั่งยืน

หมวดที่ 7: การต่อต้านคอร์รัปชั่น
          บริษัท มุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใส สุจริต เป็นไปตามกฎหมาย และแนวทางการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยตระหนักว่าการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตเป็นปัจจัยสำคัญ ที่ช่วยจรรโลงชื่อเสียงและเกื้อหนุนกิจการของบริษัท จึงได้กำหนดนโยบายต่อต้านคอร์รัปชั่นเพื่อใช้เป็นแนวทางให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทุกระดับต้องถือปฏิบัติ 
          บริษัทสนับสนุนให้พนักงานและผู้มีส่วนได้เสียมีส่วนร่วมในการสอดส่องดูแลการปฎิบัติตามกฎหมาย กฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง หลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี และจรรยาบรรณทางธุรกิจ รวมทั้งรายงานและข้อร้องเรียนการกระทำผิดกฎหมาย หรือ จรรยาบรรณ หรือ พฤติกรรมที่อาจส่อถึงการทุจริตหรือประพฤติมิชอบ บริษัทจึงกำหนดเป็นมาตรการในการแจ้งเบาะแส รวมทั้งจัดให้มีกลไกในการคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแส ผู้ถูกร้องเรียน และให้ความสำคัญกับการเก็บข้อมูลการแจ้งเบาะแสเป็นความลับ ซึ่งจะรับรู้เฉพาะในกลุ่มบุคคลที่ได้รับมอบหมายและเกี่ยวข้องด้วยเท่านั้นเพื่อสร้างความมั่นใจแก่ผู้แจ้งเบาะแส โดยเรื่องที่สามารถแจ้งเบาะแส มีดังต่อไปนี้
          • การปฎิบัติที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมายหรือกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งจรรยาบรรณในการทำธุรกิจ
          • การคอร์รัปชั่นและการทุจริต
          • การดำเนินการอันคสรสงสัยเกี่ยวกับการฟอกเงิน การบัญชี การเงิน รวมถึงการควบคุมและการตรวจสอบ
          ช่องทางและวิธีการแจ้งเบาะแส ผู้แจ้งเบาะแสสามารถแจ้งเบาะแสได้ 2 ช่องทาง ดังนี้
ช่องทางที่  1 ทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ โดยส่งถึงผู้รับแจ้งเบาะแส คณะใดคณะหนึ่ง ดังนี้
           คณะกรรมการตรวจสอบ [email protected]
           คณะกรรมการบริษัท [email protected]
ช่องทางที่ 2 ทางไปรษณีย์ โดยระบุหน้าซองถึงผู้รับแจ้งเบาะแส คณะใดคณะหนึ่ง และตามด้วยที่อยู่ ดังนี้
บริษัทเอแอลที เทเลคอม จำกัด(มหาชน) 52/1 หมู่ 5 ถ.บางกรวย-ไทรน้อย ตำบล บางสีทอง อำเภอ บางกรวย จังหวัด นนทบุรี 11130
 
แนวปฏิบัติเพื่อป้องกันการทุจริต
บริษัท ให้ความสำคัญ ในการป้องกันไม่ให้เกิด การหาผลประโยชน์ในหน้าที่โดยมิชอบสำหรับตนเอง หรือผู้อื่นในเรื่อง ต่างๆ ดังนี้ 
          1.1 สินบนและสิ่งจูงใจ
          ห้ามให้หรือรับสินบนและสิ่งจูงใจในรูปแบบใดๆ ทั้งสิ้น และห้ามมอบหมายให้ผู้อื่นให้หรือรับ สินบนและ สิ่งจูงใจแทนตนเอง 
          1.2 ของขวัญ และผลประโยชน์ 
          ห้ามให้หรือรับของขวัญ รวมถึงผลประโยชน์อื่นใด เพื่อจูงใจให้เกิดการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หรืออาจทำให้เกิดการยินยอมผ่อนปรนในข้อตกลงทางธุรกิจที่ไม่เหมาะสม และให้ถือปฏิบัติตาม หลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในจรรยาบรรณของพนักงาน 
          1.3 การบริจาคเพื่อการกุศล และการให้เงินสนับสนุน 
          การบริจาคเพื่อการกุศล และการให้เงินสนับสนุนต้องเป็นไปอย่างโปร่งใส ไม่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม
          1.4 กิจกรรมและการมีส่วนร่วมทางการเมือง
          บริษัท จะไม่นำเงินทุนหรือทรัพยากรของบริษัท ไปใช้สนับสนุนทางการเมืองให้แก่ ผู้ลงสมัครแข่งขันเป็น นักการเมือง หรือพรรคการเมืองใด เพื่อการรณรงค์ทางการเมืองหรือการดำเนินกิจกรรมทางการเมือง ยกเว้น การให้ความสนับสนุนนั้นได้รับอนุญาตตามกฎหมาย และสนับสนุนประชาธิปไตยโดยรวม โดยต้องได้รับอนุมัติ จากบริษัท ก่อนการดำเนินการ 
          1.5 การบริหารความเสี่ยง 
          บริษัท จัดให้มีการบริหารความเสี่ยงเกี่ยวกับการหาผลประโยชน์ในหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้มั่นใจว่าสามารถ ป้องกันหรือควบคุมความเสี่ยงดังกล่าวได้ โดยกำหนดให้มีการระบุการประเมิน การควบคุมและติดตาม การรายงานความเสี่ยงเกี่ยวกับการหาผลประโยชน์ในหน้าที่โดยมิชอบตามนโยบายและกระบวนการบริหาร ความเสี่ยงที่บริษัทกำหนด
แนวปฎิบัติเกี่ยวกับการกำกับดูแลและควบคุมดูแลเพื่อป้องกันและติดตามความเสี่ยงจากการทุจริต
บริษัทกำหนดให้มีแนวปฎิบัติเกี่ยวกับการกำกับดูแลและควบคุมดูแลเพื่อป้องกันและติดตามความเสี่ยงจากการทุจริตและคอร์รัปชั่น สรุปได้ดังนี้
                1. จัดให้มีกระบวนการตรวจสอบ ประเมินระบบควบคุมภายใน และการบริหารความเสี่ยงที่ครอบคลุมระบบงานสำคัญต่างๆ เช่น ระบบการขายและการตลาด การจัดซื้อจัดจ้าง การทำสัญญา ระบบการจัดทำและควบคุมงบประมาณ ระบบการบันทึกบัญชี การชำระเงิน เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อป้องกันและติดตามความเสี่ยงจากการทุจริตและคอร์รัปชั่น รวมทั้งให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับแนวทางในการแก้ไขที่เหมาะสม
                2. จัดให้มีช่องทางการรับแจ้งข้อมูล เบาะแส หรือข้อร้องเรียนการฝ่าฝืน การกระทำผิดกฎหมายหรือจริยธรรมธุรกิจของบริษัทหรือแนวทางปฎิบัติในการป้องกันการมีส่วนเกี่ยวข้องกับการคอร์รัปชั่นหรือข้อสงสัยในรายงานทางการเงิน หรือระบบการควบคุมภายในโดยมีนโยบายในการคุ้มครองผู้ให้ข้อมูลหรือเบาะแส และจะเก็บรักษาข้อมูลของผู้ให้ข้อมูลเป็นความลับ รวมทั้งมีมาตรการในการตรวจสอบและกำหนดบทลงโทษทางวินัยของบริษัท และ/หรือกฎหมายที่เกี่ยวข้อง กรณีที่สามารถติดต่อผู้ให้เบาะแสหรือ ผู้ร้องเรียนได้ บริษัทจะแจ้งผลการดำเนินการให้รับทราบเป็นลายลักษณ์อักษร
แนวทางในการติดตามประเมินผลการปฎิบัติตามแนวทางปฎิบัติในการป้องกันการมีส่วนเกี่ยวข้องกับการคอร์รัปชั่น
              1. กำหนดให้ผู้บริหารและพนักงาน ประเมินผลการปฎิบัติงานตนเองเกี่ยวกับการปฎิบัติตามคู่มือการกำกับดูแลกิจการที่ดีและจริยธรรมธุรกิจที่บริษัทกำหนดขึ้น ซึ่งรวมถึงนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี จริยธรรมธุรกิจของบริษัทฯ จริยธรรมว่าด้วยการสนับสนุนการต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชั่น แนวทางปฎิบัติในการป้องกันการมีส่วนเกี่ยวข้องกับการคอร์รัปชั่น และจรรยาบรรณ/ข้อพึงปฎิบัติของพนักงานอย่างสม่ำเสมอ 
              2. จัดให้มีฝ่ายตรวจสอบภายใน ทำหน้าที่ตรวจสอบระบบการควบคุมภายใน การบริหารความเสี่ยง การกำกับดูแลกิจการ และ ให้ข้อแนะนำอย่างต่อเนื่อง โดยดำเนินการตรวจสอบตามแผนการตรวจสอบประจำปีที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการตรวจสอบ และรายงานผลการตรวจสอบที่มีนัยสำคัญและข้อเสนอแนะต่อคณะกรรมการตรวจสอบ
              3. กำหนดให้ฝ่ายบริหารความเสี่ยงและควบคุมภายใน รับผิดชอบในผลการทดสอบและประเมินความเสี่ยงจากการทุจริตและคอร์รัปชั่นอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การนำมาตรการต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชั่นไปปฎิบัติอย่างมีประสิทธิผล ตลอดจนติดตาม ทบทวนและปรับปรุงมาตรการต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชั่นอย่างสม่ำเสมอ โดยนำผลการประเมินต่อคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง และรายงานต่อคณะกรรมการบริษัทตามลำดับ อย่างทันเวลาและสม่ำเสมอ
          1.6 หากการสืบสวนข้อเท็จจริงแล้วพบว่า ข้อมูลจากการตรวจสอบหรือข้อร้องเรียน มีหลักฐานที่มีเหตุผลอันควรให้เชื่อว่ามีรายการ หรือการกระทำซึ่งอาจมีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อฐานะทางการเงิน และผลการดำเนินงานของบริษัทรวมถึงการฝ่าฝืน การกระทำผิดกฎหมายหรือจริยธรรมธุรกิจของบริษัทฯ หรือแนวทางปฎิบัติในการป้องกันการมีส่วนเกี่ยวข้องกับการคอร์รัปชั่น หรือข้อสงสัยในรายการทางการเงิน หรือระบบการควบคุมภายใน คณะกรรมการตรวจสอบจะรายงานต่อคณะกรรมการบริษัท เพื่อดำเนินการปรับปรุงแก้ไขภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการตรวจสอบเห็นสมควรการควบคุมภายใน 
บริษัท จัดให้มีการกำกับดูแลการดำเนินธุรกิจของบริษัท และวัฒนธรรมการควบคุมที่ดี โดยมีการประเมิน ความเสี่ยงที่มีนัยสำคัญ กำหนดให้มีกิจกรรมการควบคุมที่มีประสิทธิผลและแบ่งแยกหน้าที่ เหมาะสม รวมทั้งจัดให้มีระบบสารสนเทศที่เพียงพอน่าเชื่อถือ และติดตามประเมินผลการควบคุมภายในอย่าง สม่ำเสมอ 
          1.7 การบริหารทรัพยากรบุคคล การสื่อสาร และการฝึกอบรม บริษัท ให้ความสำคัญในการบริหารทรัพยากรบุคคลอย่างมีประสิทธิผล และมีการสื่อสาร ให้ความรู้ และ ฝึกอบรมเกี่ยวกับนโยบายการป้องกัน  การหาผลประโยชน์ในหน้าที่โดยมิชอบ และแนวทางปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ เพื่อส่งเสริมให้ผู้ที่เกี่ยวข้องมีความเข้าใจ และปฏิบัติงานได้อย่างเหมาะสม
          1.8 การไม่ละเมิดสิทธิมนุษยชนและทรัพย์สินทางปัญญาหรือลิขสิทธิ์ บริษัทมีนโยบายชัดเจนที่จะไม่ละเมิดหรือกระทําการใดๆอันเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนไม่ละเมิดรวมถึงไม่สนับสนุนการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาหรือลิขสิทธิ์ในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการละเมิดทางตรงหรือทางอ้อม โดยมีการปฏิบัติดังนี้ 
              1. บริษัทสนับสนุนและส่งเสริมให้พนักงานใช้ความรู้ความสามารถในการวิจัยและพัฒนา เพื่อประดิษฐ์ คิดค้นเครื่องมือ อุปกรณ์ และนวัตกรรมใหม่ๆ ที่ทันสมัยตามมาตรฐานสากล สามารถใช้งานได้จริง โดยไม่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาของผู้อื่นแต่อย่างใด
              2. ปฎิบัติตนให้เป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์สินทางปัญญาและลิขสิทธิ์ เช่น กฎหมายเกี่ยวกับเครื่องหมายทางการค้า กฎหมายเกี่ยวกับสิทธิบัตร กฎหมายเกี่ยวกับลิขสิทธิ์ หรือ กฎหมายที่เกี่ยวข้อง 
              3. บริษัทมีการตรวจสอบการใช้ระบบโปรแกรมซอฟแวร์ และฮาร์ดแวร์ที่ใช้ในเครื่องมือ/อุปกรณ์สำหรับการทำงาน เพื่อป้องกันการใช้โปรแกรมซอฟแวร์ และ/หรือฮาร์ดแวร์ที่ละเมิดลิขสิทธิ์ หรือไม่เกี่ยวข้องกับการทำงาน
              4. เมื่อพ้นสภาพจากการเป็นพนักงานจะต้องส่งมอบทรัพย์สินทางปัญญาต่างๆ รวมถึงผลงานต่างๆคืนให้บริษัท ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลที่เก็บไว้ในรูปแบบใดๆก็ตาม  
 
ทั้งนี้ให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2563 เป็นต้นไป
 
 
                                                            นางปรีญาภรณ์  ตั้งเผ่าศักดิ์
                                                                กรรมการผู้อำนวยการ
                                                  บริษัท เอแอลที เทเลคอม จำกัด (มหาชน)