บรรษัทภิบาล
นโยบายการกำกับดูแลกิจการ

บริษัทตระหนักถึงความสำคัญของ การกำกับดูแลกิจการที่ดี (Good Corporate Governance) โดยเชื่อมั่นว่า การกำกับดูแลกิจการที่ดีแสดงถึงการมีระบบบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้ ซึ่งช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ถือหุ้น นักลงทุน ผู้มีส่วนได้เสีย และผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย อันจะนำไปสู่การสร้างความสามารถในการแข่งขัน การเพิ่มมูลค่า และการเติบโตอย่างยั่งยืนของบริษัท

ดังนั้น บริษัทจึงมีการกำหนดนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี ตามหลักเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และถือเป็น ภารกิจที่บริษัทจะต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่องในการส่งเสริมให้บริษัทมีระบบการกำกับดูแลกิจการที่ดี และกำหนดให้มีการทบทวนนโยบายดังกล่าวให้สอดคล้องกับแนวทางของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยซึ่งอาจมีการปรับเปลี่ยนในอนาคต เพื่อให้มีความเหมาะสมและสอดคล้องกับสภาพการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป โดยมีแนวปฏิบัติซึ่งครอบคลุมหลักการ 5 หมวด ดังต่อไปนี้


หมวดที่ 1 : สิทธิของผู้ถือหุ้น

บริษัทตระหนักและให้ความสำคัญถึงสิทธิของผู้ถือหุ้น โดยจะไม่กระทำการใดที่เป็นการละเมิดหรือริดรอนสิทธิของผู้ถือหุ้น รวมถึงส่งเสริมให้ผู้ถือหุ้นได้ใช้สิทธิของตน โดยสิทธิขั้นพื้นฐานของผู้ถือหุ้น ได้แก่ การซื้อขายหรือโอนหุ้น การมีส่วนแบ่งในกำไรของกิจการ การได้รับข่าวสารข้อมูลของกิจการอย่างเพียงพอ การเข้าร่วมประชุมเพื่อใช้สิทธิออกเสียงในที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อแต่งตั้งหรือถอดถอนกรรมการ แต่งตั้งผู้สอบบัญชี และเรื่องที่มีผลกระทบต่อบริษัท เช่น การจัดสรรเงินปันผล การกำหนดหรือการแก้ไขข้อบังคับและหนังสือบริคณห์สนธิ การลดทุนหรือเพิ่มทุน และการอนุมัติรายการพิเศษ เป็นต้น

ด้วยตระหนักถึงความสำคัญในการปกป้องผลประโยชน์และอำนวยความสะดวกในการใช้สิทธิของผู้ถือหุ้น บริษัทจึงได้กำหนดนโยบายการปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นทุกรายอย่างเสมอภาคและเท่าเทียมกัน ดังต่อไปนี้

  1. การสนับสนุนให้ผู้ถือหุ้นใช้สิทธิ:
    1.1. บริษัทสนับสนุนให้ผู้ถือหุ้นทุกรายให้ใช้สิทธิได้อย่างเสมอภาคเท่าเทียมกัน และสนับสนุนให้ผู้ถือหุ้นทุกรายเข้าร่วมการประชุมผู้ถือหุ้น ตลอดจนสนับสนุนให้ผู้ถือหุ้นเสนอความคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่อคณะกรรมการบริษัทและไม่กระทำการใดๆที่เป็นการจำกัดโอกาสการเข้าประชุมของผู้ถือหุ้น โดยจะมีการให้ข้อมูลวัน เวลา สถานที่ และวาระการประชุมโดยมีคำชี้แจงและเหตุผลประกอบในแต่ละวาระหรือประกอบมติที่ขอ ตามที่ระบุไว้ในหนังสือเชิญประชุมผู้ถือหุ้นหรือในเอกสารแนบวาระการประชุม
    1.2. บริษัทจะเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นส่งคำถามล่วงหน้าก่อนวันประชุม โดยกำหนดหลักเกณฑ์การส่งคำถามล่วงหน้าให้ชัดเจน และแจ้งให้ผู้ถือหุ้นทราบพร้อมกับการส่งหนังสือเชิญประชุม
     
  2. การส่งข้อมูลเกี่ยวกับการประชุมผู้ถือหุ้น:
    บริษัทจะดำเนินการให้ผู้ถือหุ้นของบริษัทได้รับทราบ วัน เวลา สถานที่ วาระการประชุม ข้อมูลสำคัญ หลักเกณฑ์และวิธีการที่ใช้ในการประชุมต่างๆ รวมถึง วิธีการออกเสียงในแต่ละวาระการประชุม ล่วงหน้าก่อนมีการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น โดยบริษัทจะพยายามจัดส่งข้อมูลเกี่ยวกับ การประชุมผู้ถือหุ้นทั้งหมดให้แก่ผู้ถือหุ้นทุกรายล่วงหน้าเป็นเวลาไม่น้อยกว่า เจ็ด (7) วัน เพื่อให้ผู้ถือหุ้นสามารถศึกษาข้อมูล ล่วงหน้าก่อนเข้าร่วมประชุม นอกจากนี้ บริษัทจะนำข้อมูลดังกล่าวทั้งหมดประกาศลงในเว็บไซต์ของบริษัทเพื่อเพิ่มช่องทางในการรับรู้ข่าวสารข้อมูลให้แก่ผู้ถือหุ้น
     
  3. การอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ถือหุ้น:
    3.1 บริษัทจะดำเนินการให้กรรมการทุกท่านเข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้น เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นได้ซักถามในประเด็นต่างๆ ที่เกี่ยวข้องได้
    3.2 บริษัทจะดำเนินการชี้แจงในที่ประชุมให้ผู้ถือหุ้นทราบเกี่ยวกับกฎเกณฑ์ที่ใช้ในการประชุม รวมถึงวิธีการใช้สิทธิลงคะแนน และสิทธิในการแสดงความคิดเห็น รวมทั้งการตั้งคำถามต่อที่ประชุมตามระเบียบวาระการประชุม
    3.3 ในการเข้าร่วมการประชุมและการออกเสียงในที่ประชุม บริษัทสนับสนุนให้ผู้ถือหุ้นมีส่วนร่วมในการตัดสินใจในประเด็นที่สำคัญและออกเสียงในประเด็นต่างๆ ในที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ทั้งนี้ ในการออกเสียงเพื่อลงมติทุกครั้งจะมีการใช้บัตรลงคะแนนเสียงในวาระที่สำคัญ เช่น การทำรายการเกี่ยวโยง การทำรายการได้มาหรือจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์ เป็นต้น ทั้งนี้ เพื่อความโปร่งใสและตรวจสอบได้ ในกรณีที่มีข้อโต้แย้งในภายหลัง
    3.4 บริษัทจะจัดให้มีการลงมติเป็นแต่ละรายการ ในกรณีที่วาระนั้นมีหลายรายการ เช่น วาระการแต่งตั้งกรรมการ
    3.5 บริษัทจะจัดให้มีบุคคลที่เป็นอิสระเป็นผู้ตรวจนับหรือตรวจสอบคะแนนเสียงในการประชุมผู้ถือหุ้น และเปิดเผยให้ที่ประชุมทราบพร้อมบันทึกไว้ในรายงานการประชุม
     
  4. การให้โอกาสแก่ผู้ถือหุ้นในการซักถามและแสดงความคิดเห็น:
    ในการประชุมผู้ถือหุ้น บริษัทจะเปิดโอกาสให้แก่ผู้ถือหุ้นทุกคนได้ซักถาม แสดงความคิดเห็น หรือแสดงข้อเสนอแนะใดๆ ในการประชุมผู้ถือหุ้นอย่างอิสระทุกครั้ง โดยประธานกรรมการจะจัดสรรเวลาในการประชุมอย่างเหมาะสมและเพียงพอ รวมทั้งกรรมการและผู้บริหารที่เกี่ยวข้องจะเข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อตอบคำถามในที่ประชุมด้วย
     
  5. การจัดทำรายงานการประชุม:
    5.1 บริษัทจะจัดให้มีการจดรายงานการประชุมให้ครบถ้วน ถูกต้อง โดยจะบันทึกการชี้แจงขั้นตอนการลงคะแนนและวิธีการแสดงผลคะแนนให้ที่ประชุมทราบก่อนดำเนินการประชุม บันทึกประเด็นซักถามและข้อคิดเห็นที่สำคัญไว้ในรายงานการประชุมเพื่อให้ผู้ถือหุ้นสามารถตรวจสอบได้ และบันทึกผลการลงคะแนนในแต่ละวาระว่ามีผู้ถือหุ้นเห็นด้วย คัดค้าน และงดออก เสียงเป็นอย่างไร รวมถึงบันทึกรายชื่อกรรมการผู้เข้าร่วมประชุมและกรรมการที่ไม่ได้เข้าประชุมด้วย
    5.2 บริษัทจะนำส่งรายงานการประชุมผู้ถือหุ้นไปยังตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ภายใน 14 วันนับแต่วันที่มีการประชุมผู้ถือหุ้น และเผยแพร่รายงานการประชุมดังกล่าวในเว็บไซต์ของบริษัท
     
  6. การมอบฉันทะ หากผู้ถือหุ้นไม่สามารถเข้าร่วมประชุมได้ บริษัทเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นสามารถมอบฉันทะให้กรรมการอิสระหรือบุคคลใดๆ เข้าร่วมประชุมแทนได้ โดยใช้หนังสือมอบฉันทะแบบหนึ่งแบบใดที่บริษัทจัดส่งไปพร้อมหนังสือเชิญประชุม ทั้งนี้ บริษัทจะสนับสนุนให้ผู้ถือหุ้นใช้หนังสือมอบฉันทะในรูปแบบที่ผู้ถือหุ้นสามารถกำหนดทิศทางการลงคะแนนเสียงได้ และจะเสนอชื่อกรรมการอิสระอย่างน้อย 1 คนเป็นทางเลือกในการมอบฉันทะของผู้ถือหุ้น
หมวดที่ 2: การปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกัน

บริษัทยึดมั่นในการปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกันและเป็นธรรม ทั้งผู้ถือหุ้นที่เป็นผู้บริหาร ผู้ถือหุ้นที่ไม่เป็นผู้บริหาร ผู้ถือหุ้นสัญชาติไทย ผู้ถือหุ้นต่างชาติ ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ และผู้ถือหุ้นส่วนน้อย เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ถือหุ้นทุกกลุ่มว่า คณะกรรมการและฝ่ายบริหารได้ดำเนินการให้ผู้ถือหุ้นทุกรายได้รับข้อมูลต่างๆ อย่างเท่าเทียมกัน โดยมีหลักการดังต่อไปนี้

  1. การประชุมผู้ถือหุ้น:
    1.1 บริษัทจะแจ้งกำหนดการประชุม พร้อมระเบียบวาระ และความเห็นของ คณะกรรมการต่อผู้ถือหุ้น ในหนังสือเชิญประชุมผู้ถือหุ้นและผ่านช่องทางอื่นที่เหมาะสม ก่อนวันประชุมไม่น้อยกว่าระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด
    1.2 บริษัทจะแจ้งให้ผู้ถือหุ้นทราบกฎเกณฑ์ต่างๆ ที่ใช้ในการประชุม ขั้นตอนการออก เสียงลงมติ รวมทั้งสิทธิการออกเสียงลงคะแนนตามแต่ละประเภทของหุ้นในหนังสือเชิญประชุมผู้ถือหุ้น
    1.3 บริษัทจะอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ถือหุ้นผู้ซึ่งไม่สามารถเข้าร่วมการประชุมผู้ถือหุ้นได้ ด้วยการใช้หนังสือมอบฉันทะ และสนับสนุนให้ผู้ถือหุ้นผู้ซึ่งไม่สามารถเข้าร่วมประชุมได้ มอบฉันทะให้บุคคลใดบุคคลหนึ่ง หรือให้กรรมการอิสระของบริษัทท่านหนึ่งเป็นผู้รับมอบฉันทะเข้าร่วมประชุมและออกเสียงลงคะแนนแทนได้
     
  2. การดูแลผู้ถือหุ้นส่วนน้อย:
    2.1 กำหนดให้กรรมการอิสระเป็นผู้ดูแลผู้ถือหุ้นส่วนน้อย โดยผู้ถือหุ้นส่วนน้อยสามารถแสดงความคิดเห็น เสนอแนะ หรือแจ้งข้อร้องเรียนไปยังกรรมการอิสระได้ โดยกรรมการอิสระจะเป็นผู้พิจารณาดำเนินการให้เหมาะสมในแต่ละเรื่อง หากเป็นข้อร้องเรียน กรรมการอิสระจะตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการหาวิธีแก้ไขที่เหมาะสม หากเป็นข้อเสนอแนะ กรรมการอิสระจะทำการพิจารณาข้อเสนอแนะและแสดงความคิดเห็น ซึ่งหากกรรมการอิสระพิจารณาว่าเป็นเรื่องที่สำคัญที่มีผลต่อผู้มีส่วนได้เสียโดยรวม หรือมีผลต่อการประกอบธุรกิจของบริษัท กรรมการอิสระจะเสนอเรื่องดังกล่าวต่อที่ประชุมคณะกรรมการ เพื่อพิจารณากำหนดเป็นวาระการประชุมในการประชุมผู้ถือหุ้นต่อไป
    2.2 บริษัทจะเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นได้ใช้สิทธิในการแต่งตั้งกรรมการเป็นรายคน
    2.3 บริษัทจะดำเนินการมิให้ผู้ถือหุ้นที่เป็นผู้บริหารเพิ่มวาระการประชุมที่มิได้แจ้งเป็นการล่วงหน้าโดยไม่จำเป็น โดยเฉพาะวาระที่ผู้ถือหุ้นต้องใช้เวลาในการศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจ
    2.4 บริษัทจะเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นส่วนน้อยสามารถเสนอชื่อบุคคลเพื่อเข้าดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัท เป็นการล่วงหน้าในเวลาอันสมควร พร้อมข้อมูลประกอบการพิจารณาด้านคุณสมบัติและการให้ความยินยอมของผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อ
     
  3. การป้องกันการใช้ข้อมูลภายใน :
    3.1 กรรมการ ผู้บริหารและพนักงานของบริษัทต้องมีความรับผิดชอบในการรักษาข้อมูลขององค์กรไว้เป็นความลับโดยเคร่งครัด (โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ข้อมูลภายในที่ไม่สมควรเปิดเผยต่อสาธารณะ) โดยกรรมการ ผู้บริหารและพนักงานของบริษัทตลอดจนคู่สมรสและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะของบุคคลดังกล่าวที่เกี่ยวข้องกับข้อมูล จะไม่นำข้อมูลดังกล่าวไปใช้เพื่อประโยชน์ของตนหรือเพื่อประโยชน์ของผู้อื่น 3.2 กรรมการและผู้บริหารของบริษัทจะปฏิบัติตามกฎหมายและนโยบายว่าด้วยการซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทและการใช้ข้อมูลภายในอย่างเคร่งครัด โดยจะมีการกำหนดบทลงโทษเกี่ยวกับการเปิดเผยข้อมูลของบริษัทหรือนำข้อมูลของบริษัทเพื่อนำไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตน พร้อมทั้งแจ้งให้ทุกคนในองค์กรถือปฏิบัติ
    3.3 กรรมการและผู้บริหารของบริษัทมีหน้าที่ต้องรายงานการถือครองหลักทรัพย์ตามกฎหมายโดยจัดส่วนรายงานให้แก่คณะกรรมการเป็นประจำ และเปิดเผยไว้ในรายงานประจำปี
     
  4. การป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์ :
    4.1 กรรมการและผู้บริหารมีหน้าที่เปิดเผยการเปลี่ยนแปลงในการมีส่วนได้เสียในกิจการต่างๆ ตามแนวทางการรายงานการมีส่วนได้เสียของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และนำส่งรายงานต่อเลขานุการบริษัทในทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลงข้อมูล
    4.2 กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัทต้องเปิดเผยให้บริษัททราบโดยไม่ชักช้า ในกรณีที่มีส่วนได้เสียใดๆ ที่อาจก่อให้เกิดการขัดแย้งทางผลประโยชน์อย่างน้อยก่อนการพิจารณาวาระนั้น และกำหนดให้ต้องบันทึกไว้ในรายงานการประชุมคณะกรรมการ ทั้งนี้ เป็นไปตามกฎเกณฑ์หรือแนวทางของคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์และของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ตลอดจนนโยบายของบริษัท
    4.3 กำหนดให้กรรมการที่มีส่วนได้เสียในการพิจารณาวาระใดๆ อย่างมีนัยสำคัญในลักษณะที่อาจทำให้กรรมการรายดังกล่าวไม่สามารถให้ความเห็นได้อย่างอิสระ ควรงดเว้นจากการมีส่วนร่วมในการประชุมพิจารณาวาระนั้น และต้องงดเว้นการออกเสียงลงมติในการประชุมพิจารณาวาระดังกล่าว
หมวดที่ 3: บทบาทของผู้มีส่วนได้เสีย

นโยบายการปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้เสีย บริษัทยึดถือหลักการทั่วไปในการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกันต่อผู้มีส่วนได้เสีย อันได้แก่ ผู้ถือหุ้น ลูกค้า พนักงาน คู่ค้า หุ้นส่วนธุรกิจ เจ้าหนี้ และคู่แข่ง รวมถึงสาธารณชนและสังคมโดยรวม ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและความโปร่งใส บริษัทจึงกำหนดนโยบายให้มีการปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้เสียแต่ละกลุ่มโดยคำนึงถึงสิทธิผู้มีส่วนได้เสียดังกล่าวทั้งตามกฎหมายหรือตามข้อตกลงที่มีกับบริษัทดังต่อไปนี้

  1. ผู้ถือหุ้น:
    บริษัทจะดำเนินธุรกิจโดยมุ่งเน้นการเจริญเติบโตของบริษัทอย่างต่อเนื่องในระยะยาวเพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดีให้แก่ผู้ถือหุ้น และดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใสโดยจัดให้มีระบบการควบคุมภายในที่มีประสิทธิภาพและไม่ดำเนินการใดๆ ที่จะก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ เพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหุ้น รวมทั้งเปิดเผยข้อมูลอย่างถูกต้อง ครบถ้วน และสม่ำเสมอ
     
  2. ลูกค้า:
    บริษัทพยายามที่จะรักษาและเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีในระยะยาวกับลูกค้าของบริษัท บริษัทมุ่งมั่นที่จะทำให้ลูกค้ามีความพึงพอใจสูงสุดโดยการผลิตสินค้าและให้บริการที่มีคุณภาพดี เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้ได้มากที่สุดในราคา ที่ยุติธรรม รวมทั้งมีการให้บริการหลังการขายตามมาตรฐานขั้นสูง ตลอดจนให้ข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับการดำเนินกิจการและ ผลิตภัณฑ์ของบริษัทแก่ลูกค้าอีกด้วย บริษัทพยายามรักษาช่องทางการติดต่อกับลูกค้า โดยเปิดรับฟังความเห็นของลูกค้าตลอดเวลาและรักษาความลับของลูกค้าอย่างสม่ำเสมอ
     
  3. พนักงาน:
    พนักงานของบริษัททุกคนถือเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าขององค์กร และมีความสำคัญต่อการเติบโต และความสามารถในการทำกำไรของบริษัทและบริษัทย่อย บริษัทจึงพยายามจัดหาสิ่งแวดล้อมในการทำงานที่มีคุณภาพให้แก่พนักงาน โดยให้ความสำคัญในเรื่องของสุขภาพและความปลอดภัยสูงสุด และบริษัทปฏิบัติต่อพนักงานทุกคนด้วยความเป็นธรรมให้ได้รับผลตอบแทนอย่างยุติธรรมและเป็นธรรมเมื่อเทียบกับธุรกิจที่ใกล้เคียงกัน นอกจากนี้ บริษัทยังให้ความสำคัญต่อการพัฒนาทักษะ ความรู้ความสามารถ และศักยภาพของพนักงานบริษัทและ พยายามสร้างสภาพแวดล้อมในการทำงานที่มีความหลากหลาย และสร้างแรงจูงใจให้พนักงานที่มีความรู้ความสามารถสูงให้คง อยู่เพื่อพัฒนาองค์กรต่อไป
     
  4. คู่ค้า, หุ้นส่วนธุรกิจและเจ้าหนี้:
    บริษัทถือว่าการทำให้คู่ค้า หุ้นส่วนธุรกิจและเจ้าหนี้ของบริษัทเข้าใจถึงกิจการของบริษัทอย่างถ่องแท้เป็นเรื่องสำคัญ ทั้งนี้ เพื่อคงไว้ซึ่งความสัมพันธ์ที่ชัดเจน ยั่งยืน และอยู่บนพื้นฐานของความไว้ใจซึ่งกันและกันระหว่างบริษัทกับคู่ค้า หุ้นส่วนธุรกิจและเจ้าหนี้ของบริษัท โดยบริษัทจะปฏิบัติต่อคู่ค้าและหุ้นส่วนธุรกิจอย่างเป็นธรรมและปฏิบัติตามเงื่อนไขข้อกำหนดของสัญญาอย่างเคร่งครัด ตลอดจนให้ข้อมูล ทางการเงินที่ครบถ้วนและถูกต้องแก่เจ้าหนี้ของบริษัท
     
  5. คู่แข่ง:
    บริษัทจะปฏิบัติต่อคู่แข่งของบริษัทตามกรอบของการแข่งขันอย่างยุติธรรมและมีจริยธรรม และประกอบธุรกิจโดยมีเป้าหมายเพื่อการพัฒนาและความก้าวหน้าของตลาด ซึ่งส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมในภาพรวม
     
  6. สาธารณชน:
    บริษัทใส่ใจและให้ความสำคัญกับความปลอดภัยต่อสังคม สิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิตของผู้คนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการ ดำเนินงานทั้งหมดของบริษัทรวมทั้งจัดให้มีการปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบข้อบังคับต่าง ๆ นอกจากนี้ บริษัทพยายามมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆ ที่เป็นการสร้างและรักษาไว้ซึ่งสิ่งแวดล้อมและสังคม ตลอดจนส่งเสริม วัฒนธรรมของประเทศที่บริษัทดำเนินกิจการอยู่ บริษัทมีมาตรการจัดการขยะและของเสียจากการผลิตของบริษัทให้มีผลกระทบต่อสังคม สิ่งแวดล้อม และประชาชนอย่างน้อย ที่สุด
     
  7. หน่วยงานรัฐที่กำกับดูแลการดำเนินงานของบริษัท:
    บริษัทจะปฏิบัติและควบคุมให้มีการปฏิบัติอย่างเคร่งครัดตามเจตนารมณ์ของกฎหมายและ กฎระเบียบที่ออกโดยหน่วยงานรัฐที่กำกับดูแลการดำเนินงานของบริษัท ทั้งนี้ บริษัทจะจัดให้มีกระบวนการและช่องทางในการรับและจัดการกับข้อร้องเรียนของผู้มีส่วนได้เสียผ่าน E-mail ของบริษัท โดยมีผู้ที่คณะกรรมการมอบหมายเป็นผู้รับผิดชอบกลั่นกรองข้อร้องเรียนส่งให้ผู้บริหารที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งรายงานให้คณะกรรมการรับทราบ การเปิดเผยการปฏิบัติตามนโยบาย และการจัดทำรายงานความรับผิดชอบต่อสังคม บริษัทจะเปิดเผยกิจกรรมต่างๆ ที่แสดงให้เห็นถึงการดำเนินการตามนโยบายการปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้เสียดังกล่าวข้างต้น และรวมถึงการมีส่วนร่วมของพนักงานในการปฏิบัติตามนโยบายดังกล่าวข้างต้น ให้แก่ผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสีย ผ่านช่องทางที่เหมาะสม
หมวดที่ 4: การเปิดเผยข้อมูลและความโปร่งใส

บริษัทให้ความสำคัญกับการเปิดเผยข้อมูลอย่างถูกต้อง ครบถ้วน โปร่งใส และได้มาตรฐานตามเกณฑ์ที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยกำหนด ทั้งข้อมูลทางการเงินและข้อมูลที่มิใช่ข้อมูลทางการเงินตามหลักเกณฑ์ของสำนักงาน ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย รวมถึงข้อมูลที่สำคัญที่มีผลกระทบต่อราคาหลักทรัพย์ของบริษัทและมีผลกระทบต่อกระบวนการตัดสินใจของผู้ลงทุนและผู้มีส่วนได้เสียของบริษัทเพื่อให้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับบริษัททั้งหมดได้รับทราบข้อมูลอย่างเท่าเทียมกัน โดยภายหลังจากบริษัทได้เข้าจดทะเยียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยแล้ว บริษัทจะทำการเผยแพร่ข้อมูลสารสนเทศของบริษัทต่อผู้ถือหุ้นและสาธารณชนผ่านช่องทางการเผยแพร่ข้อมูลของตลาดหลักทรัพย์ รวมทั้งเว็บไซต์ของบริษัท บริษัทมีนโยบายในการเปิดเผยข้อมูลดังนี้

  1. หลักการเปิดเผยข้อมูล:
    บริษัทจะเปิดเผยข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับบริษัทอย่างถูกต้อง ไม่ทำให้สำคัญผิด เพียงพอต่อการตัดสินใจของนักลงทุนด้วยความโปร่งใส และไม่ชักช้า โดยบริษัทตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อรายงานงบการเงินที่มีข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน เป็นจริง และสมเหตุสมผล สำหรับงบการเงินของบริษัทนั้น จะถูกจัดขึ้นตามมาตรฐานการบัญชีที่รับรองทั่วไป โดยมีการเลือกใช้นโยบายบัญชีที่เหมาะสมและถือปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ รวมทั้งมีการเปิดเผยข้อมูลที่สำคัญอย่างเพียงพอในหมายเหตุประกอบงบการเงิน นอกจากนี้ บริษัทได้จัดให้มีระบบการควบคุมภายใน เพื่อให้มั่นใจว่าการบันทึกข้อมูลทางบัญชีมีความถูกต้อง ครบถ้วน และเพียงพอที่จะดำรงรักษาไว้ซึ่งทรัพย์สิน และเพื่อให้ทราบจุดอ่อนเพื่อป้องกันการทุจริตหรือการดำเนินงานที่ผิดปกติอย่างมีสาระสำคัญ โดยมีการแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบเพื่อตรวจสอบรายงานทางการเงิน รายการระหว่างกัน และระบบควบคุมภายใน ซึ่งคณะกรรมการตรวจสอบจะรายงานผลต่อคณะกรรมการบริษัทในการประชุมคณะกรรมการทุกครั้ง
     
  2. ความสัมพันธ์กับผู้ถือหุ้น/นักลงทุน:
    บริษัทจัดให้มีฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ของบริษัทเพื่อทำหน้าที่ติดต่อสื่อสารกับนักลงทุนหรือผู้ถือหุ้น รวมถึงนักลงทุน สถาบันและผู้ถือหุ้นรายย่อย และบริษัทจะจัดให้มีการประชุมเพื่อวิเคราะห์ผลการดำเนินงานเป็นประจำ
     
  3. ข้อมูลเกี่ยวกับกรรมการ:
    บริษัทจะเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับกรรมการแต่ละท่าน จำนวนครั้งเข้าประชุม ตลอดจนบทบาทและหน้าที่ของคณะกรรมการบริษัท และคณะกรรมการชุดย่อยของบริษัท ในรายงานประจำปีของบริษัท
     
  4. การรายงานทางการเงิน:
    บริษัทให้ความสำคัญต่อรายงานทางการเงิน เพื่อให้แสดงถึงสถานะทางการเงินและผลการประกอบการที่แท้จริงของบริษัทโดยอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลทางบัญชีที่ถูกต้อง ครบถ้วน และเพียงพอตามมาตรฐานการบัญชีซึ่งเป็นที่ยอมรับโดยทั่วไป ซึ่งบริษัทจะดูแลให้มีการเปิดเผยค่าสอบบัญชี และค่าบริการอื่นที่ผู้สอบบัญชีให้บริการไว้ด้วย
     
  5. ค่าตอบแทนของกรรมการและผู้บริหารระดับสูง:
    บริษัทจะเปิดเผยค่าตอบแทนของกรรมการและผู้บริหารระดับสูงในรายงานประจำปีของบริษัท และเปิดเผยนโยบายการจ่ายค่าตอบแทนแก่กรรมการและผู้บริหารระดับสูงที่สะท้อนถึงภาระหน้าที่และความรับผิดชอบของแต่ละคน รวมทั้งรูปแบบหรือลักษณะของค่าตอบแทนด้วย
หมวดที่ 5: ความรับผิดชอบของคณะกรรมการ

คณะกรรมการบริษัทต้องปฏิบัติหน้าที่ตามที่กำหนดไว้ในกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และกำกับดูแลการดำเนินงานให้เป็นไปตาม นโยบายการกำกับดูแลกิจการ คณะกรรมการบริษัทจะจัดให้มีข้อกำหนดเกี่ยวกับจริยธรรม (Code of Conduct) กฎบัตรคณะกรรมการบริษัทคณะกรรมการชุดย่อยตามความจำเป็นและเหมาะสม (เช่น คณะกรรมการตรวจสอบ และคณะกรรมการพิจารณาค่าตอบแทน เป็นต้น) พร้อมด้วยกฎบัตรในการปฏิบัติงานของคณะกรรมการชุดย่อยที่ชัดเจน คณะอนุกรรมการ ตามความจำเป็นและเหมาะสม (เช่น คณะอนุกรรมการบริหารความเสี่ยง) พร้อมด้วยกฎบัตรในการปฏิบัติงานของคณะอนุกรรมการที่ชัดเจน และ เอกสารอื่นๆ ที่กำหนดแนวทางการปฏิบัติงานและหน้าที่รับผิดชอบของคณะกรรมการ (เช่น คู่มือการปฏิบัติงานของกรรมการ คู่มือในการฝึกอบรม เป็นต้น)

นอกจากนี้ คณะกรรมการบริษัทจะทำการประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการด้วยตนเองทุกปี

  1. โครงสร้างคณะกรรมการ
    1.1 โครงสร้างของคณะกรรมการจะประกอบด้วยกรรมการที่มีคุณสมบัติหลากหลาย ทั้งในด้านทักษะ ประสบการณ์ ความสามารถเฉพาะด้านที่เป็นประโยชน์กับบริษัท และจะเปิดเผยจำนวนปีการดำรงตำแหน่งกรรมการในบริษัทของกรรมการแต่ละคนผ่านช่องทางที่เหมาะสม
    1.2 คณะกรรมการจะมีจำนวนกรรมการที่เหมาะสมและเพียงพอที่จะปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยต้องมีจำนวนไม่น้อยกว่า 5 คน
    1.3 คณะกรรมการจะมีกรรมการอิสระที่สามารถให้ความเห็นเกี่ยวกับการทำงานของฝ่ายจัดการได้อย่างอิสระในจำนวนที่สำนักงาน ก.ล.ต. ประกาศกำหนด
    1.4 วาระการดำรงตำแหน่งหรือการพ้นจากตำแหน่งของกรรมการ นอกจากจะเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดแล้ว ยังจะต้องเป็นไปข้อบังคับของบริษัทที่กำหนดให้ในการประชุมผู้ถือหุ้นสามัญประจำปีทุกครั้ง กรรมการต้องพ้นจากตำแหน่งตามวาระจำนวนหนึ่งในสาม โดยให้กรรมการที่อยู่ในตำแหน่งนานที่สุดเป็นผู้ออกจากตำแหน่ง ถ้าจำนวนกรรมการที่จะแบ่งออกให้ตรงเป็นสามส่วนไม่ได้ ก็ให้ออกโดยจำนวนใกล้ที่สุดกับส่วนหนึ่งในสาม กรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระด้วยเหตุนี้ อาจได้รับเลือกตั้งใหม่อีกได้โดยที่ประชุมผู้ถือหุ้น
    1.5 คณะกรรมการจะกำหนดคุณสมบัติของบุคคลที่จะเป็น “กรรมการอิสระ” ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของสำนักงาน ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์ฯ นอกจากนี้ จะให้กรรมการอิสระมีวาระการดำรงตำแหน่งต่อเนื่องไม่เกิน 9 ปี นับจากวันที่ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งกรรมการอิสระครั้งแรก เว้นแต่มีความจำเป็นที่จะแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งกรรมการอิสระนั้นต่อไปอีก
    1.6 ประธานกรรมการและกรรมการผู้อำนวยการจะต้องไม่ใช่บุคคลคนเดียวกัน
    1.7 คณะกรรมการจะเลือกให้กรรมการอิสระดำรงตำแหน่งประธานกรรมการ
    1.8 เพื่อให้มั่นใจว่ากรรมการจะสามารถทุ่มเทเวลาในการปฏิบัติหน้าที่ในบริษัทได้อย่างเพียงพอ คณะกรรมการจะกำหนดจำนวนบริษัทที่กรรมการแต่ละคนจะไปดำรงตำแหน่งไม่ควรเกิน 5 บริษัทที่เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
    1.9 บริษัทจะมีเลขานุการบริษัททำหน้าที่ตามที่กฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และประกาศที่เกี่ยวข้องกำหนด
     
  2. คณะกรรมการชุดย่อย
    2.1 คณะกรรมการบริษัทอาจแต่งตั้งคณะกรรมการชุดย่อยคณะหนึ่งหรือหลายคณะเพื่อทำหน้าที่สนับสนุนการ ปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริษัทโดยคณะกรรมการชุดย่อยดังกล่าวจะมีหน้าที่รับผิดชอบในการพิจารณาทบทวนเรื่อง ต่างๆ ที่มีความสำคัญเป็นการเฉพาะ โดยคณะกรรมการบริษัทจะเป็นผู้ให้ความเห็นชอบในการแต่งตั้งสมาชิกคณะกรรมการ ชุดย่อย การออกกฎบัตรคณะกรรมการชุดย่อยเพื่อกำหนดระเบียบต่างๆ ที่เกี่ยวข้ององค์ประกอบของคณะกรรมการชุดย่อย หน้าที่ และความรับผิดชอบ ตลอดจนเรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับคณะกรรมการชุดย่อยดังกล่าว ตามที่คณะกรรมการ บริษัทพิจารณาเห็นสมควร โดยในแต่ละปี คณะกรรมการบริษัทจะพิจารณาทบทวนกฎบัตรของคณะกรรมการชุดย่อยแต่ละคณะ
    2.2 ปัจจุบันคณะกรรมการชุดย่อยของบริษัทมีจำนวน 4 ชุด ได้แก่ คณะกรรมการตรวจสอบ คณะกรรมการบริหาร คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน และคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง 2.3 ประธานคณะกรรมการจะไม่เป็นประธานหรือสมาชิกในคณะกรรมการชุดย่อยใดๆ
     
  3. บทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบของคณะกรรมการ
    3.1 คณะกรรมการบริษัทมีอำนาจ หน้าที่ และความรับผิดชอบในการจัดการบริษัทให้เป็นไปตามกฎหมาย วัตถุประสงค์ และข้อบังคับของบริษัท ตลอดจนมติของที่ประชุมผู้ถือหุ้นที่ชอบด้วยกฎหมาย ทั้งนี้ ขอบเขตหน้าที่และความรับผิดชอบของคณะกรรมการกำหนดให้เป็นไปตามกฎบัตรของคณะกรรมการบริษัท
    3.2 คณะกรรมการจะทบทวนนโยบายการกำกับดูแลกิจการและการปฏิบัติตามนโยบายดังกล่าวเป็นประจำอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
    3.3 คณะกรรมการกำหนดให้บริษัทจัดทำจรรยาบรรณธุรกิจที่เป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อให้กรรมการ ผู้บริหาร และ พนักงาน ทุกคนเข้าใจถึงมาตรฐานด้านจริยธรรมที่บริษัทใช้ในการดำเนินธุรกิจ โดยคณะกรรมการจะติดตามให้มีการปฏิบัติตามจรรยาบรรณดังกล่าวและการปรับปรุงที่ให้เหมาะสมกับสภาพการณ์ทั้งภายในและภายนอกบริษัทที่มีการเปลี่ยนแปลง
    3.4 คณะกรรมการจะพิจารณาเรื่องความขัดแย้งของผลประโยชน์อย่างรอบคอบ การพิจารณาการทำรายการที่อาจมีความขัดแย้งของผลประโยชน์จะมีแนวทางที่ชัดเจนและเป็นไปเพื่อผลประโยชน์ของบริษัทและผู้ถือหุ้นโดยรวมเป็นสำคัญ โดยที่ผู้มีส่วนได้เสียจะไม่มีส่วนร่วมในการตัดสินใจ และคณะกรรมการจะกำกับดูแลให้มีการปฏิบัติตามข้อกำหนดเกี่ยวกับขั้นตอนการดำเนินการและการเปิดเผยข้อมูลของรายการที่อาจมีความขัดแย้งของผลประโยชน์ให้ถูกต้องครบถ้วน
    3.5 คณะกรรมการจะจัดให้มีระบบการควบคุมด้านการดำเนินงาน ด้านรายงานทางการเงิน และด้านการปฏิบัติ ตามกฎระเบียบ และนโยบาย รวมทั้งจะจัดให้มีบุคคลหรือหน่วยงานที่มีความเป็นอิสระในการปฏิบัติหน้าที่ เป็นผู้รับผิดชอบในการตรวจสอบระบบการควบคุมดังกล่าว และจะทบทวนระบบที่สำคัญ อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
    3.6 คณะกรรมการจะให้ฝ่ายจัดการรายงานให้คณะกรรมการทราบเป็นระยะๆ ในการดำเนินการด้านการบริหารความเสี่ยง ทั้งนี้จะมีการทบทวนระบบหรือประเมินประสิทธิผลของการจัดการความเสี่ยงอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
    3.7 คณะกรรมการหรือคณะกรรมการตรวจสอบจะให้ความเห็นถึงความเพียงพอของระบบการควบคุมภายใน และการบริหารความเสี่ยงไว้ในรายงานประจำปีหรือผ่านช่องทางที่เหมาะสม
     
  4. การจัดประชุมคณะกรรมการ
    1. การส่งหนังสือเชิญประชุม:
      เลขานุการคณะกรรมการบริษัท จัดทำหนังสือเชิญประชุมคณะกรรมการ โดยการประชุมแต่ละครั้งมีการกำหนดวัน เวลา สถานที่และวาระการประชุมอย่างชัดเจนและจัดส่งเอกสารประกอบการประชุมให้คณะกรรมการตรวจสอบและผู้เข้าร่วมประชุมเป็นการล่วงหน้าเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 7 วัน เพื่อให้มีเวลาในการพิจารณาเรื่องต่าง ๆ หรือเรียกขอข้อมูลประกอบการพิจารณาเพิ่มเติม โดยในหนังสือเชิญประชุมควรแจ้งวาระที่ต้องได้รับการอนุมัติไว้อย่างชัดเจน พร้อมทั้งมีเอกสารประกอบการพิจารณาที่ครบถ้วนและชัดเจน
    2. จำนวนครั้งการประชุม:
      คณะกรรมการบริษัท มีการประชุมอย่างน้อย 3 เดือนต่อ ครั้ง แล้วแต่สถานการณ์และความจำเป็น ทั้งนี้ ในกรณีที่มีกรรมการอย่างน้อย 2 คนสามารถร้องขอให้จัดประชุม บริษัทจะต้องจัดประชุมคณะกรรมการภายใน 14 วันนับแต่วันที่ได้รับการร้องขอ
    3. ผู้เข้าร่วมประชุม:
      องค์ประชุมกรรมการต้องมีกรรมการเข้าร่วมไม่น้อยกว่าร้อยละ 75 ของจำนวนกรรมการทั้งหมด โดยคณะกรรมการสามารถเชิญคณะอนุกรรมการ ผู้บริหาร ผู้ตรวจสอบภายนอกและ ผู้ตรวจสอบภายในของบริษัท เพื่อเข้าร่วมประชุมตามความจำเป็นและเหมาะสม
    4. การลงคะแนนเสียง:
      ใช้ระบบคะแนนเสียงส่วนใหญ่ เป็นมติที่ประชุม โดยในกรณีที่เสียงข้างมากแล้วยังไม่สามารถชี้ขาดได้ ให้ประธานกรรมการสามารถออกเสียงเพิ่มอีก 1 เสียง เพื่อเป็นคะแนนตัดสินได้ ทั้งนี้ ในกรณีที่เป็นการพิจารณาในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับกรรมการคนใดคนหนึ่ง กรรมการผู้มีส่วนได้เสียในเรื่องดังกล่าวต้องงดออกเสียงในเรื่องนั้น ๆ
    5. รายงานการประชุม:
      เลขานุการคณะกรรมการบริษัทเป็นผู้จดบันทึกรายงานการประชุม เนื่องจากกรรมการที่ได้เข้าร่วมประชุมต้องมีความรับผิดชอบตามที่ได้ตัดสินใจไว้ และหากกรรมการท่านใดมีคามคิดเห็นที่แตกต่างจากกรรมการท่านอื่นหรืองดออกเสียงก็ต้องบันทึกความเห็นดังกล่าวไว้ด้วย เพื่อแสดงถึงขอบเขตความรับผิดชอบในเรื่องดังกล่าว ทั้งนี้ บริษัทต้องจัดทำรายงานการประชุมคณะกรรมการให้แล้วเสร็จภายใน 14 วันนับแต่วันประชุมและจัดเก็บไว้ที่สำนักงานใหญ่ ในกรณีที่กรรมการมีการร้องขอบริษัทต้องสามารถจัดส่งรายงานการประชุมให้ได้อย่างรวดเร็ว
  5. การประเมินตนเองของคณะกรรมการ คณะกรรมการและคณะกรรมการชุดย่อยจะประเมินผลการปฏิบัติงานด้วยตนเองอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง เพื่อให้คณะกรรมการร่วมกันพิจารณาผลงานและปัญหา เพื่อการปรับปรุงแก้ไขต่อไป
     
  6. ค่าตอบแทน
    6.1 ค่าตอบแทนของกรรมการจะจัดให้อยู่ในลักษณะที่เปรียบเทียบได้กับระดับที่ปฏิบัติอยู่ในอุตสาหกรรม ประสบการณ์ ภาระหน้าที่ ขอบเขตของบทบาทและความรับผิดชอบ (Accountability and Responsibility) รวมถึงประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากกรรมการแต่ละคน
    6.2 ค่าตอบแทนของกรรมการผู้อำนวยการและผู้บริหารระดับสูงจะเป็นไปตามหลักการและนโยบายที่ คณะกรรมการกำหนดภายในกรอบที่ได้รับอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น และเพื่อประโยชน์สูงสุดของบริษัท
    6.3 กรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหารทั้งหมดจะเป็นผู้ประเมินผลกรรมการผู้อำนวยการเป็นประจำทุกปี เพื่อนำไปใช่ในการพิจารณากำหนดค่าตอบแทนของกรรมการผู้อำนวยการ โดยใช้ บรรทัดฐานที่ไต้ตกลงกันล่วงหน้ากับกรรมการผู้จัดการตามเกณฑ์ที่เป็นรูปธรรม
     
  7. การพัฒนากรรมการและผู้บริหาร
    7.1 คณะกรรมการจะส่งเสริมให้มีการฝึกอบรมและการให้ความรู้แก่ผู้เกี่ยวข้อง ในระบบการกำกับดูแลกิจการของบริษัท เพื่อให้มีการปรับปรุงการปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง โดยการฝึกอบรมและให้ความรู้อาจกระทำเป็นการภายในบริษัทหรือใช้บริการของสถาบันภายนอก
    7.2 ทุกครั้งที่มีการแต่งตั้งกรรมการใหม่ ฝ่ายจัดการจะจัดให้มีเอกสารและข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการใหม่ รวมถึงการจัดแนะนำลักษณะธุรกิจ และแนวทางการดำเนินธุรกิจของบริษัทให้แก่กรรมการใหม่
    7.3 คณะกรรมการจะกำหนดให้กรรมการผู้อำนวยการรายงานเพื่อทราบ อย่างน้อยปีละครั้งถึงแผนการพัฒนาและสืบทอดงานในตำแหน่งกรรมการผู้อำนวยการและผู้บริหารระดับสูง เพื่อรองรับกับการขยายงานของบริษัทหรือเหตุการณ์ที่ผู้ดำรงตำแหน่งนั้นไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้